[ไขข้อสงสัย] ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

วันที่อัพเดตล่าสุด

การ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นดูตื้น อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ เพราะโดยปกติแล้ว ผิวหนังของมนุษย์เรานั้น จะมีส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวเต่งตึงอยู่ตลอด

นั่นคือ ใยคอลลาเจน ที่ร่างกายของเราสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง และเมื่อเราเริ่มอายุเพิ่มมากขึ้นการสร้าง ใยคอลลาเจน ในผิวหนังจะค่อยๆ ลดลง ตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิด ริ้วรอยขึ้นบนใบหน้าของเรา ซึ่งตำแหน่งที่สามารถเห็นได้ชัดที่สุด คือบริเวณใต้ตาของเรานั่นเองค่ะ

 

 

ทำไมต้องฉีดฟิลเลอร์ ?

เพราะ การดูแลใบหน้าของเราด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ เช่น ล้างหน้า หรือการใช้เพียงครีมบำรุงผิว อาจจะไม่เพียงพอค่ะ

ทำไมต้อง ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

 

ฟิลเลอร์ใต้ตานอกจากทำให้ดูเด็กลงแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง  ?

  1. เบ้าตาลึก ตาโหล ที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์
  2. ร่องน้ำตาชัด ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ดูเหนื่อยตลอดเวลา
  3. ถุงใต้ตาย้อย ปัญหาของถุงใต้ตาทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย
  4. ร่องแก้ม สามารถใช้ฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับ
  5. คาง เพื่อปรับรูปหน้าให้เป็นวีเชฟ

ปัญหาเหล่านี้ ล้วนสามารถแก้ไขได้โดย การฉีดฟิลเลอร์ได้ทั้งสิ้น  เว้นแต่ปัญหาของถุงตาทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย แม้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะทำให้ทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตา แต่ไม่สามารถกำจัดถุงใต้ตาให้ออกไปได้ นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังทำให้ผิวชุ่มชื่นดูเต่งตึงขึ้นแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันทีหลังฉีดด้วยค่ะ

 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ คือ อะไร

ฟิลเลอร์นั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้อาจเกิดจากการแพ้ยาชา ซึ่งถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย

Hyaluronic Acid คืออะไร ?

Hyaluronic Acid หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า Hyaluron นั่นแหละ คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ก็ที่เรามักได้ยินในเครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นไงว่ามีส่วนผสมของ Hyaluron อะไรงี้

Hyaluronic Acid  คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง

นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

ระหว่างการ ฉีดฟิลเลอร์ กับการ ฉีดไขมัน เป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เพราะทั้งการ ฉีดฟิลเลอร์ และการ ฉีดไขมัน ต่างก็เป็นการฉีดสารเติมเต็มเหมือนกัน แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำให้ ฉีดฟิลเลอร์ ในขณะแพทย์บางท่านก็แนะนำให้ฉีดไขมัน งั้นเราลองมาดูข้อแต่งต่าง ข้อดีและข้อเสีย ของการฉีดไขมัน และ ฟิลเลอร์ กันค่ะ

ฉีดไขมันหน้า คืออะไร

การ ฉีดไขมันหน้า เป็นการปลูกถ่ายไขมัน (Autologous fat grafting) คือดูดไขมันจากที่หนึ่งไปเติมอีกที่เพื่อหวังว่าเซลล์ไขมันที่ดูดไปนั้น จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ เปรียบเสมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่งเลย

ข้อดีของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. ราคาต่อซีซีดูเหมือนจะถูกกว่า
  2. เพราะเป็นการใช้ไขมันตัวเอง เหมือนจะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ แต่ไขมันที่ถูกนำออกไปอย่างรวดเร็วนั้น เมื่อร่างกายเกิดช่องว่างในชั้นไขมัน ก็จะมีการสะสมไขมันเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

3.หากได้ไขมันที่มีสเตมเซลล์ที่ดี ก็จะช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นกระจ่างใส ลดรอยยับและปัญหารูขุมขน

ข้อเสียของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. เจ็บซ้ำซ้อน เพราะต้องดูดไขมัน(FAT Filler) ของเราออกมาก่อน
  2. สสารของไขมัน (FAT Filler) จะมีขนาดใหญ่กว่าสาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ฉนั้น

การฉีดไขมันจะต้องใช้เข็มที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็จะทำให้เจ็บมากกว่า และด้วยเข็มที่ใหญ่กว่า โอกาสที่จะแทงทะลุเข้าเส้นเลือดก็มีมากกว่าเช่นกัน

  1. การฉีดไขมัน (FAT Filler)ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)
  2. หากว่าร่างกายของเราผอมมากๆ หรือวัยของเรามากขึ้น ไขมัน (FAT Filler) ที่ได้จะมีคุณภาพที่ไม่ค่อยดีพอที่จะนำมาใช้
  3. เมื่อได้ไขมัน (FAT Filler) ที่ไม่มีคุณภาพ ไขมันบางเซลล์จะมีโอกาสตายและลดลงได้ มีงานวิจัยนึงของเกาหลี เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของไขมัน เมื่อฉีดเข้าไป ภายใน 3 เดือน จาก 100% จะลดลงไปเหลือเพียงแค่ 20% เท่านั้น
  4. การฉีดไขมัน (FAT Filler) เข้าไปในร่างกายของเรามีโอกาสทำให้เกิดตาบอดมากกว่า HA Filler (มีผลการวิจัยรับรองจาก Literature Review)

ข้อดีของการฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)

  1. เจ็บน้อยกว่า และไม่เกิดแผลเป็น
  2. ไม่มี Downtime หรือมีก็น้อยมาก และหากได้รับการฉีดโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ รับรองความปลอดภัยได้เลย
  3. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) แทบไม่ต้องพักฟื้น
  4. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) จะใช้เวลาน้อย เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด
  5. สาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) มีโมเลกุลหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีและดูเนี้ยบกว่ามาก
  6. Hyaluronic acid ปลอดภัยมาก เป็นสารชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสที่จะแพ้จึงน้อยมากๆๆ โดยคนที่แพ้ฟิลเลอร์มักเกิดจากแพ้ยาชาในฟิลเลอร์มากกว่า แต่ถ้าเคยฉีดยาชาถอนฟันแล้วไม่แพ้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นยาชนิดเดียวกัน

ข้อเสียของการฉีด HA Filler (Hyaluronic acid filler)

  1. HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ราคาต่อซีซี ค่อนข้างสูงกว่า FAT Filler แต่บางเคสที่ฉีดไขมัน (FAT Filler) ไปแล้วสลายหายไปหมดเลยก็มี [ถึง HA Filler จะแพงกว่า แต่มีความคุ้มค่ามากกว่า]
  2. บางรายอาจมีอาการเจ็บ ,ปวด ,บวม หรือ คัน แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 วัน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม จะทำให้ ตาบอด ไหม

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนพูดกันว่าการ ฉีดฟิลเลอร์ นั้นอันตราย ปัญหานี้โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเกิดจากการ ฟิลเลอร์ไม่บริสุทธ์ หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งสารเจือปนดังกล่าวได้เกิดการตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม ใบหน้าผิดรูป นั่นเอง

ซึ่งในกรณีฟิลเลอร์แท้นั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าสู้ร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปฟีลเลอร์แท้จะสามารถละลายออกได้เองถึง 99% และเหลือไว้เพียงส่วนที่คอลลาเจนอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในส่วนที่เราฉีดฟิลเลอร์เข้าไป  เพียง 1% เท่านั้นเอง

สรุปได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หรืออันตรายอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายนั้น คือที่ ฟิลเลอร์ที่ใช้ นั้นเองค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?

สำหรับคำตอบของคำถามที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม นั้นจะขึ้นกับปัจจัยต่อไปนี้ค่ะ

1.ฟิลเลอร์แท้ไหม

ก่อนอื่นเราขอทำความเข้าใจกันสักนิดนึงก่อนว่า ฟิลเลอร์ (Filler) นั่นหมายถึงสารเติมเต็มซึ่งมีอยู่หลายประเภท (อ่านเพิ่ม ฟิลเลอร์ ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว) แต่ในที่นี้เราจะพูดถึง Hyaluronic acid filler เท่านั้นนะคะ ซึ่งจัดเป็น

 แบบชั่วคราว ฟิลเลอร์แท้ สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีบิดเบี้ยว ผิดรูป ไหลย้อยแน่นอนค่ะ ถ้าเป็น ฟิลเลอร์แท้ สบายใจหายห่วงได้เลยค่า

แต่หากเป็น ฟิลเลอร์ปลอม สารทำเลียนแบบ ไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีเยอะมากๆ ขึ้นชื่อว่าปลอมแล้ว แน่นอนค่ะ จะถามหาความปลอดภัยจากการฉีดไม่ได้เลย อันตรายมากๆเลยนะคะ

จุดสังเกต ฟิลเลอร์ปลอม เรียกได้ว่ามีปลอมหลายเกรดยิ่งกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมอีกค่ะ อุ้ยยย พูดแล้วคันปากยิบๆ ขอยกไว้อีกท๊อปปิกหนึ่งเลยเนอะ ไว้เม้าท์กันยาวๆค่ะ ( ฟิลเลอร์แท้ ต่างจาก ฟิลเลอร์ปลอม อย่างไร)

2.ตำแหน่งที่ฉีด

แน่นอนว่าฟิลเลอร์เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเติมเต็ม พร้อมยกกระชับปรับรูปหน้าได้หลายตำแหน่งเลยเนอะ แต่หลายๆ ตำแหน่งคุณหมอจะระวังในการฉีดฟิลเลอร์มากๆ ค่ะ เนื่องจากมีหลอดเลือดอยู่ในจุดเสี่ยงเยอะเช่นบริเวณ หัวคิ้ว หน้าผาก จมูก และขมับค่ะ แต่สำหรับบริเวณใต้ตา แก้มส้ม คาง แก้มตอบ ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม หากฉีดโดยแพทย์มากประสบการณ์แล้วสบายมากค่ะ ไม่ต้องกังวลเลยว่าฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

3.แพทย์ผู้ทำหัตถการ

เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยข้อสำคัญสุดก็ว่าได้ เพราะ ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม  ขึ้นกับฝีมือของแพทย์ล้วนๆเลยค่ะ อย่างที่ทราบกันว่า “ การฉีดฟิลเลอร์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของการแบบออกแบบรูปหน้า ” ที่ผ่านการวิเคราะห์โดยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถึงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หย่อนคล้อย โครงสร้างกระดูกที่ยุบตัวตามกาลเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเหี่ยวคล้อยของใบหน้า ทำให้ดูแก่ โทรมได้ และการใช้ศิลปะของ

แพทย์ในการดีไซน์การปรับรูปหน้า เลือกผลิตภัณฑ์โมเลกุลฟิลเลอร์ให้เหมาะสมในแต่ละเคส เทคนิคการวาง ฟิลเลอร์ ให้ถูกตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้ ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์มากๆ เลย แนะนำควรทำการฉีดกับ อาจารย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์ จะดีที่สุดค่ะ

 

วิธีตรวจสอบว่า ฟิลเลอร์ แท้ หรือไม่ ?

  1. เช็คที่กล่องก่อนเลย ตัวกล่องจะต้องมีฉลากชื่อผู้นำเข้าถูกต้องเป็นภาษาไทยติดอยู่ค่ะ ของ Juvederm จะพิมพ์มากับกล่อง ส่วนของ Restylane จะมีฉลากภาษาไทยแปะอยู่บริเวณด้านหลังกล่องค่ะ

หรืออธิบายแบบง่าย

  1. ดูราคาก่อนเลยถ้าราคาอยู่ 3 – 6 พัน ปลอม 1000% เจ้าค่ะ เพราะถูกกว่าราคาต้นทุนอีกค่ะ ถูกขนาดนี้ยังไงก็ไม่ใช่ของแท้ค่ะ

 

ถ้าจะ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรเลือกจากปัจจัยอะไร

ถ้าจะ ฉีดฟิลเลอร์ ควรเลือกจากปัจจัยอะไรบ้างคะ ?

เลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ก่อนที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ อย่างละเอียดก่อนว่าแพทย์ดังกล่าวเป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะการฉีดในตำแหน่งที่มีความอันตรายสูง ไม่ได้แอบอ้างนั่นเองค่ะ

การบริการโดยพนักงานคลินิก

พนักงานที่ ยิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพเป็นกันเอง และสามารถให้ความรู้เบื้องต้นแก่คนไข้ได้เป็นอย่างดี

รีวิว กับผลลัพธ์จริง โดยคนไข้

ผลลัพธ์ และการรีวิวจริงโดย เป็นเครื่องการันตีถึงฝีมือของแพทย์ได้เป็นอย่างดีค่ะ เพราะหากไม่ได้ผลจริงเขาคงไม่กล้าถ่ายรูปตัวเองมาให้คนอื่นดูหรอกจริงไหมคะ

เคสอุทาหรณ์ ประสบการณ์ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนบวมจากเกาหลี

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวม

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้เรียกได้ว่าตอนนี้คลินิกเราได้รับคำปรึกษาเรื่องนี้มาเยอะมาก มีเคสที่ฉีดกับที่คลินิกอื่น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วบวมค่ะหมอ ”

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วบวมเกิดจากอะไรคะ ”

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วบวมทำยังไงดีคะ เครียดมาก ”

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วบวม แก้ไขได้ไหมคะ ”

และอีกสารพัดคำถามของการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วบวม วันนี้เราเลยมาเคลียร์ให้ฟังกันเลยว่า สาเหตุเป็นเพราะอะไร แล้วเราจะมีวิธีแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรบ้าง

 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วบวมเกิดจากอะไรคะ ? ”

สาเหตุของอาการบวมนั้น มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ ค่ะ

  1. เทคนิคของแพทย์

เพราะฟิลเลอร์จัดเป็นงานฝีมือของแพทย์ความงามอย่างแท้จริงเลยค่ะ “ หากเลือกชนิดฟิลเลอร์ ไม่เหมาะสม ฉีดฟิลเลอร์ ผิดชั้นผิว ฉีดฟิลเลอร์ ตื้นเกินไป ” เป็นสาเหตุหลักของการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวม เพราะเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาค่อนข้างบางกว่าบริเวณอื่น และมีหลอดเลือดฝอยเล็กๆ แพทย์จึงต้องพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกชนิดของเข็ม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอาการช้ำ ตลอดจนความเบาของน้ำหนักมือแพทย์ เพื่อผลงานที่ออกมาอย่างประณีต และสวยเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

แต่หากมาทำกับเรา Doctor Mek Clinic รับรองว่าไม่มี ฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วเป็นก้อนบวม เขียวช้ำเป็นปื้นกลับไปให้ช้ำใจแน่นอนค่า แถมคุณหมอยังมือเบาขั้นสุด จนคนไข้กลับมารีวิวความประทับใจเพียบเลยค่ะ

  1. ผลข้างเคียงจากการทำหัตถการ

ข้อนี้จะเป็นลักษณะการบวมของเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ เล็กน้อยค่ะ เกิดจากการผ่านของเข็ม ฟิลเลอร์ ในกรณีที่ผู้ป่วยผิวบางมากๆ ค่ะ แบบนี้จะคลำไม่ได้ก้อน ฟิลเลอร์ นะคะ จะรู้สึกตุ่ยๆ เหมือนผิวบวมน้ำธรรมดา 1 – 2 วันอาการก็ดีขึ้นค่ะ ความรู้สึกบวมตุ่ยจะหายไปเองแน่นอนค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วบวม แก้ไขได้ไหมคะ ? ”

แน่นอนค่ะ อย่างที่เราย้ำในทุกๆ บทความเลย หากเป็น ฟิลเลอร์ แท้ Hyaluronic acid สามารถสลายได้ค่ะ โดยใช้ยาฉีดสลาย Hyaluronidase แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์นะคะ เพราะคุณหมอจะต้องเป็นผู้ประเมินในหลายๆ ด้านให้เลยค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาไปนวด ประคบเลยนะคะ หาก ฉีดฟิลเลอร์ เป็นก้อนแล้ว ไม่มีทางที่จะยุบไปเองแน่นอน

เคสอุทาหรณ์ ประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนบวมจากเกาหลี

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคุณอ้อมมากๆ นะคะ ที่กรุณามาแชร์ประการณ์โดยไลฟ์สดกับ คุณหมอของเรา

ความเดิม 2 เดือนก่อน

คุณอ้อมก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่กังวลกับการทำ ฟิลเลอร์ จึงตัดสินใจไปทำฟิลเลอร์ใต้ตาถึงประเทศเกาหลี แต่แล้วกลับต้องผิดหวัง เพราะฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้กลับช้ำ เป็นก้อน ,บวม และปวดตึง หลอดเลือดฝอยตื้นๆใต้ตาแตก

ติดต่อกลับทางเกาหลี ก็แจ้งให้รอยุบก่อน ซึ่งผ่านมา 1 เดือนแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น

คุณอ้อมจึงตัดสินใจนัดเข้ามาปรึกษากับคุณหมอเมฆ เลยจัด ฟิลเลอร์ใต้ตา ของจริงให้ ผลก็เป็นอย่างที่เห็นใน

หลังจากพูดคุยกัน คุณหมอเมฆจึงพิจารณาฉีดสลายฟิลเลอร์ให้

จากนั้นจึงนัดเข้ามาติดตามอาการหลังฉีดสลาย หลงัทำการฉีดแล้ว ก้อนที่ทำให้คุณอ้อมเครียดมากนั้นหายไปแล้วค่ะ

แต่อย่างที่คุณหมอของเราพูดเสมอ ฟิลเลอร์ที่ดีต้องไม่มีเป็นก้อนนะคะ และที่เราย้ำกันเป็นประจำ ฟิลเลอร์ ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรเลือกที่ใกล้ไกลบ้านเป็นสิ่งสำคัญ

ฟิลเลอร์สวยเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย วางใจ คุณหมอเมฆนะคะ ^^

อ่านบทความอื่นๆ ของเราได้ที่ ➥คลิ๊กเลย!

Doctor Mek Clinic ของเราขอการันตีด้วย รางวัลยอดฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 2018 ปี

และกล้าการันตี ด้วย “ รีวิวจากคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการของเรา ” ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ความประทับใจจากการฉีดฟิลเลอร์ของเราเยอะมากๆ (คลิก! ดูรีวิว)

DoctorMekClinic-Button-Share

error: Alert: Content is protected !!