ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร

แก้ปัญหาตาคล้ำด้วย ฟิลเลอร์ใต้ตา โดยแพทย์จะประเมินใบหน้าเพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นดูตื้น อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึงแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ เพราะโดยปกติแล้ว ผิวหนังของมนุษย์เรานั้น จะมีส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวเต่งตึงอยู่ตลอด นั่นคือใยคอลลาเจนที่ร่างกายของเราสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง และเมื่อเราเริ่มอายุเพิ่มมากขึ้นการสร้าง ใยคอลลาเจน ในผิวหนังจะค่อยๆ ลดลง ตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิด ริ้วรอยขึ้นบนใบหน้าของเรา ซึ่งตำแหน่งที่สามารถเห็นได้ชัดที่สุด คือบริเวณใต้ตาของเรานั่นเองค่ะ

ไขข้อสงสัยฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กลายมาเป็นหนึ่งในวิธียอดฮิตของบรรดาผู้ที่มีปัญหาใต้ตาทั้งหลาย เนื่องด้วยการฉีดฟิลเลอร์นั้นสามารถช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ภายในพริบตา อีกทั้งยังเป็นวิธีที่สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแล้วต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน รวมถึงยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่างๆ ตามมาอีกด้วย ทั้งนี้ บริเวณใต้ตานั้นเรียกได้ว่าเป็นตำแหน่งที่เห็นชัดที่สุดบนใบหน้า ดังนั้นการทำหัตถการใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับบริเวณดังกล่าว ก่อนทำเราควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่เราอาจคาดไม่ถึงตามมานั่นเอง และในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมคำถามและข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานเท่าไร ต้องใช้ประมาณกี่ซีซี รวมไปถึงผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งรับรองว่าอ่านจบแล้วคุณจะต้องเอ่ยว่า ..รู้อย่างนี้ทำตั้งนานแล้ว

เหตุผลที่ต้องเติมฟิลเลอร์ใต้ตา ?

ฟิลเลอร์ใต้ตาจะสามารถทำให้ใบหน้าจะดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะเพราะการดูแลใบหน้าของเราด้วยวิธีการแบบเดิม ๆ เช่น ล้างหน้า หรือการใช้เพียงครีมบำรุงผิว อาจจะไม่เพียงพอค่ะ อย่างที่รู้กันค่ะ ว่าเมื่ออายุของเรามากขึ้น โครงสร้างของใบหน้า และผิวหน้า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นกระดูกโครงหน้าจเกิดการยุบ กล้ามเนื้อลดน้อยลง เกิดเป็นร่องรอยบริเวณใต้ตานั้นเอง ทำให้ใบหน้าของเราดูหย่อยคล้อย แลดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกๆ คน เมื่ออายุเกิน 25 ปีขึ้นไปค่ะ การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปยังบริเวณใต้ตานี้ จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของเราดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ และอย่างในกรณีที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ ก็ควรทำการฉีดใต้ตาก่อนเพื่อให้เกิดความบาลานซ์ของใบหน้าให้มากที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้การเติมฟิลเลอร์รอบบริเวณใต้ตานั้น ยังไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้น

ฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาสามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง  ?

  • เบ้าตาลึก ตาโหล ที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์
  • ร่องน้ำตาชัด ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ดูเหนื่อยตลอดเวลา
  • ถุงใต้ตาย้อย ปัญหาของถุงใต้ตาทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย
  • ร่องแก้ม สามารถใช้ฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับ
  • คาง เพื่อปรับรูปหน้าให้เป็นวีเชฟ

ปัญหาเหล่านี้ ล้วนสามารถแก้ไขได้โดยการฉีดฟิลเลอร์ได้ทั้งสิ้น  เว้นแต่ปัญหาของถุงตาทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย แม้การเติมฟิลเลอร์ทึ่ช่วยให้ใต้ตาฟูขึ้นจะทำให้ทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตา แต่ไม่สามารถกำจัดถุงใต้ตาให้ออกไปได้ นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังทำให้ผิวชุ่มชื่นดูเต่งตึงขึ้นแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันทีหลังฉีดด้วยค่ะ

ข้อห้ามหลังทำฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา

  • ควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ เช่น แสงแดด ไดร์เป่าผม เตาหมูปิ้ง เตากระทะ รวมไปถึงการอาบน้ำอุ่น
  • ควรเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำฟิลเลอร์หรือทำการขัดถู รวมถึงงดการสครับผิว และลอกใบหน้า
  • ควร เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม. หลังจากการฉีดฟิลเลอร์
  • หลังการฉีดควรดื่มน้ำตามมากๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่ชอบน้ำ การดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูสวยขึ้นอีกด้วยนั่นเองค่ะ
  • กรณีมีอาการบวม หรือเขียวช้ำ สามารถประคบเย็นได้เพื่อบรรเทาอาการบวม และควรหลีกเลี่ยงการกด หรือนวดบริเวณที่ทำการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 – 3 วัน
  • สามารถแต่งหน้าได้ ทันทีหลังการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในวันที่ทำการรักษาเพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เพราะอาจะส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื่นตามไปด้วยค่ะ และการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงอาจทำให้สารฟิลเลอร์เสียรูปอีกด้วย
  • กรณีมีอาการปวดเล็กน้อยบริเวณที่ทำการฉีด สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดได้ค่ะ
  • งดการทำหัตการใดๆ รวมถึงเลเซอร์อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังการรักษา และควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ ด้วย
  • รอยเขียวช้ำจะหายไปได้เองภายใน 5 – 14 วัน
  • งดนวดหน้า กดแรงๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ 2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์ที่ดีคุณหมอจะวางถูกตำแหน่งไม่มีบวมหรือให้นวดหลังฉีดฟิลเลอร์นะ
  • ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหลังการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเขียวช้ำมากขึ้น

ทำฟิลเลอร์รอบบริเวณใต้ตาเจ็บไหม ?

แม้ว่าบริเวณใต้ตาจะเป็นส่วนที่ดูบอบบางแต่การเพิ่มฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณใต้ตาจะไม่เจ็บมาก หรือบางคนอาจจะไม่เจ็บเลย เพราะก่อนฉีดคลินิกจะมีการแปะยาชาสำหรับคนที่กลัวเจ็บมากๆ และในตัวฟิลเลอร์จะผสมยาชาไว้อยู่แล้วค่ะ

  • Filler ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน ประมานกี่เดือน

โดยเฉลี่ยแล้วฟิลเลอร์นั้น อยู่ได้นานอย่างน้อย 18 – 24 เดือน ค่ะ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับ ชนิดของฟิลเลอร์ที่คุณหมอใช้ เนื่องฟิลเลอร์นั้น มีฟิลเลอร์นั้น มีโมเลกุล ความยืดหยุ่นของแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป และการดูแลตัวเองหลังการฉีดฟิลเลอร์ด้วยค่ะ ซึ่งหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขั้นนั่นเอง

  • เติม Filler ใต้ตาไปแล้วบวมเกิดจากสาเหตุอะไร

อันดับแรกเลยค่ะ ต้องดูก่อนว่าอาการของก้อนที่บวมนั้น เกิดจากการติดเชื้อหรือไม่ โดยวิธีสังเกตง่ายๆ คือ หากเกิดการติดเชื้อ บริเวณที่บวมจะปวดมากกว่าปกติ และผิวหนังบริเวณนั้น จะรู้สึกร้อนกว่าบริเวณอื่นค่ะ

ซึ่งหากพบอาการแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วยเลยค่ะ

ในกรณีเป็นก้อนที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อนั้น
โดยส่วนใหญ่เกิดจาก “ เทคนิค และฝีมือการฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์ ” ค่ะ

ไม่ว่าจะเป็น

  • ทักษะในการวิเคราะห์ และประเมินรูปหน้าของคนไข้ 
  • รวมถึงควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ชนิดต่างๆ ให้เหมาะกับที่สุด เช่น หากนำฟิลเลอร์โมเลกุลไม่เหมาะสมมาฉีดในผู้ป่วยที่ผิวบางมาก ก็จะคลำก้อนหลังฟิลเลอร์นั้นเองค่ะ
  • เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ของแพทย์ ในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ให้ถูกตำแหน่งของชั้นผิว ซึ่งข้อนี้จัดเป็นสาเหตุหลักของการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนบวมเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะสาเหตุการบวมกว่า 90% มักจะเกิดจาการฉีดฟิลเลอร์ในชั้นผิวตื้นไป หรือเกลี่ยปริมาณฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม บางท่านแย่หน่อยนอกจากจะมีก้อนแล้ว หลอดเลือดฝอยรอบๆยังแตกช้ำเขียวเป็นวงกว้างอีกด้วยค่ะ

“ เติมฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวมเกิดจากอะไรคะ ? ”

สาเหตุของอาการบวมนั้น มักเกิดจาก 2 สาเหตุหลักๆ ค่ะ

1.เทคนิคของแพทย์

เพราะฟิลเลอร์จัดเป็นงานฝีมือของแพทย์ความงามอย่างแท้จริงเลยค่ะ “ หากเลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม เติมเข้าไปผิดชั้นผิว ฉีดฟิลเลอร์ ตื้นเกินไป ” เป็นสาเหตุหลักของการทำให้ฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวม เพราะเนื้อเยื่อบริเวณใต้ตาค่อนข้างบางกว่าบริเวณอื่น และมีหลอดเลือดฝอยเล็กๆ แพทย์จึงต้องพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกชนิดของเข็ม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอาการช้ำ ตลอดจนความเบาของน้ำหนักมือแพทย์ เพื่อผลงานที่ออกมาอย่างประณีต และสวยเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

แต่หากมาทำกับเรา Doctor Mek Clinic รับรองว่าไม่มีฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนบวม เขียวช้ำเป็นปื้นกลับไปให้ช้ำใจแน่นอนค่า แถมคุณหมอยังมือเบาขั้นสุด จนคนไข้กลับมารีวิวความประทับใจเพียบเลยค่ะ

2.ผลข้างเคียงจากการทำหัตถการ

ข้อนี้จะเป็นลักษณะการบวมของเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ เล็กน้อยค่ะ เกิดจากการผ่านของเข็ม ฟิลเลอร์ ในกรณีที่ผู้ป่วยผิวบางมากๆ ค่ะ แบบนี้จะคลำไม่ได้ก้อน ฟิลเลอร์ นะคะ จะรู้สึกตุ่ยๆ เหมือนผิวบวมน้ำธรรมดา 1 – 2 วันอาการก็ดีขึ้นค่ะ ความรู้สึกบวมตุ่ยจะหายไปเองแน่นอนค่ะ

ตัวอย่าง!!

เคสอุทาหรณ์ ประสบการณ์ไปทำ HA Fillerบริเวณใต้ตาแล้วเป็นก้อนบวมจากเกาหลีฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน

“ เติมฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วบวมแก้ไขได้ไหมคะ ? ”

แน่นอนค่ะ อย่างที่เราย้ำในทุกๆ บทความเลย หากเป็นฟิลเลอร์ แท้ Hyaluronic acid สามารถสลายได้ค่ะ โดยใช้ยาฉีดสลาย Hyaluronidase แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์นะคะ เพราะคุณหมอจะต้องเป็นผู้ประเมินในหลายๆ ด้านให้เลยค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาไปนวด ประคบเลยนะคะ หาก ฉีดฟิลเลอร์ เป็นก้อนแล้ว ไม่มีทางที่จะยุบไปเองแน่นอน

ฉีดสลายฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาสามารถทำได้หรือไม่

ได้ค่ะ ในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์แท้ ที่ผลิต Hyaluronic acid จริงๆ เท่านั้นค่ะ เนื่องจาก Hyaluronic acid จะมีสารสำหรับใช้ ฉีดสลายที่มีชื่อว่า Hyaluronidase ค่ะ ซึ่งแพทย์จะทำการฉีดเข้าไปยังบรเวณที่เคยฉีดฟิลเลอร์เข้าไปค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์บริเวณใต้ตากี่วันหาย ?

ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ค่ะ

1.ปริมาณของฟิลเลอร์ที่เคยฉีดมาแล้วเป็นก้อน

ปริมาณของยาสลายฟิลเลอร์นั้น คุณหมอจะวางแผนก่อนการฉีดค่ะ โดยก่อนจะทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ คุณหมอต้องขอซักประวัติเล็กน้อย ถึงปริมาณ และตำแหน่งฟิลเลอร์ที่ฉีดมา เนื่องจากจำเป็นต้องคำนวณปริมาณยาสลายให้ใกล้เคียงกับฟิลเลอร์ที่เราจะสลายด้วย

2.ยาฉีดสลายฟิลเลอร์เริ่มออกฤทธิ์เมื่อไหร่ ?

หลังจากที่คุณหมอฉีดสลายด้วย Hyaluronidase ตัวยาจะเริ่มทำงานทันทีภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีดค่ะ และหลังจากฉีดสลายฟิลเลอร์ไปประมาณ 2 วัน หลายท่านจะสังเกตเห็นเลยว่าก้อนฟิลเลอร์จะเริ่มยุบหายไป และยายังคงออกฤทธิ์ได้นานถึง 2 สัปดาห์ค่ะ

3.ฉีดยาสลายฟิลเลอร์ซ้ำได้ไหม ?

สามารถทำได้ค่ะ หากฟิลเลอร์ที่เคยฉีดมาเป็นก้อนบวมใหญ่มาก อาจต้องมีการฉีดสลายซ้ำๆหลายครั้งโดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน โดยแต่จะครั้งจะทิ้งระยะเวลาห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ

4.อาการที่พบได้หลังฉีดสลายฟิลเลอร์

อาจพบอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีดได้เล็กน้อย แต่หากมีอาการผิดปกติเช่น บวมมาก ปวดมาก มีผื่นแดงคัน ควรปรึกษาแพทย์

ฟิลเลอร์ใต้ตาประมานกี่วันถึงจะเห็นผล

หลังจากทำการเติมเพิ่มฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาไปแล้วนั้น จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด ประมาน 80% เลยทีเดียว ส่วนอีก 20% ที่เหลือนั้นจะใช้เวลาในการเซ็ตตัวประมาน 14 – 20 วัน หลังฉีดค่ะ

เติมฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาราคาเท่าไหร่

ฟิลเลอร์เติมเต็มร่องลึกใต้ตาราคาจะแตกต่างกันไปค่ะ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน รวมถึงชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ค่ะ ทำให้ไม่สามารถบอกถึงราคาอย่างชัดเจนได้นั่นเองค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาจะทำให้ตาบอดไหม

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนพูดกันว่าการฟิลเลอร์นั้นอันตราย ปัญหานี้โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเกิดจากการฟิลเลอร์ไม่บริสุทธ์ หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งสารเจือปนดังกล่าวได้เกิดการตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม ใบหน้าผิดรูป นั่นเอง

ซึ่งในกรณีฟิลเลอร์แท้นั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะเมื่อนำฟิลเลอร์เข้าสู้ร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปฟีลเลอร์แท้จะสามารถละลายออกได้เองถึง 99% และเหลือไว้เพียงส่วนที่คอลลาเจนอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในส่วนที่เราฉีดฟิลเลอร์เข้าไป เพียง 1% เท่านั้นเอง

ฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาอันตรายไหม ?

สำหรับคำตอบของคำถามที่ว่าฟิลเลอร์อันตรายไหม นั้นจะขึ้นกับปัจจัยต่อไปนี้ค่ะ

1.ฟิลเลอร์แท้ไหม

ก่อนอื่นเราขอทำความเข้าใจกันสักนิดนึงก่อนว่า ฟิลเลอร์ (Filler) นั่นหมายถึงสารเติมเต็มซึ่งมีอยู่หลายประเภท (อ่านเพิ่ม ฟิลเลอร์ ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว) แต่ในที่นี้เราจะพูดถึง Hyaluronic acid filler เท่านั้นนะคะ ซึ่งจัดเป็น

 แบบชั่วคราวฟิลเลอร์แท้ สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีบิดเบี้ยว ผิดรูป ไหลย้อยแน่นอนค่ะ ถ้าเป็น ฟิลเลอร์แท้ สบายใจหายห่วงได้เลยค่า

แต่หากเป็น ฟิลเลอร์ปลอม สารทำเลียนแบบ ไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีเยอะมากๆ ขึ้นชื่อว่าปลอมแล้ว แน่นอนค่ะ จะถามหาความปลอดภัยจากการฉีดไม่ได้เลย อันตรายมากๆเลยนะคะ

จุดสังเกต ฟิลเลอร์ปลอม เรียกได้ว่ามีปลอมหลายเกรดยิ่งกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมอีกค่ะ อุ้ยยย พูดแล้วคันปากยิบๆ ขอยกไว้อีกท๊อปปิกหนึ่งเลยเนอะ ไว้เม้าท์กันยาวๆค่ะ ( ฟิลเลอร์แท้ ต่างจาก ฟิลเลอร์ปลอม อย่างไร)

2.ตำแหน่งที่ฉีด

แน่นอนว่าฟิลเลอร์เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเติมเต็ม พร้อมยกกระชับปรับรูปหน้าได้หลายตำแหน่งเลยเนอะ แต่หลายๆ ตำแหน่งคุณหมอจะระวังในการฉีดฟิลเลอร์มากๆ ค่ะ เนื่องจากมีหลอดเลือดอยู่ในจุดเสี่ยงเยอะเช่นบริเวณ หัวคิ้ว หน้าผาก จมูก และขมับค่ะ แต่สำหรับบริเวณใต้ตา แก้มส้ม คาง แก้มตอบ ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม หากฉีดโดยแพทย์มากประสบการณ์แล้วสบายมากค่ะ ไม่ต้องกังวลเลยว่าฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

3.แพทย์ผู้ทำหัตถการ

เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยข้อสำคัญสุดก็ว่าได้ เพราะ ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม  ขึ้นกับฝีมือของแพทย์ล้วนๆเลยค่ะ อย่างที่ทราบกันว่า “ การฉีดฟิลเลอร์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของการแบบออกแบบรูปหน้า ” ที่ผ่านการวิเคราะห์โดยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถึงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หย่อนคล้อย โครงสร้างกระดูกที่ยุบตัวตามกาลเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเหี่ยวคล้อยของใบหน้า ทำให้ดูแก่ โทรมได้ และการใช้ศิลปะของ

แพทย์ในการดีไซน์การปรับรูปหน้า เลือกผลิตภัณฑ์โมเลกุลฟิลเลอร์ให้เหมาะสมในแต่ละเคส เทคนิคการวาง ฟิลเลอร์ ให้ถูกตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้ ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์มากๆ เลย แนะนำควรทำการฉีดกับ อาจารย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์ จะดีที่สุดค่ะ

สรุปได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หรืออันตรายอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายนั้น คือที่ ฟิลเลอร์ที่ใช้ นั้นเองค่ะ

เติมฟิลเลอร์ร่องลึก ใต้ตา ร่องน้ำตา ถุงใต้ตา ต้องใช้กี่ ซีซี.

การฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นดูตื้น อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาร่องลึกดูฟูขึ้น ยังทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตาดีขึ้นได้ โดยปริมานฟิลเลอร์สำหรับใช้นั้น เริ่มต้นที่ 1 – 4 ซีซี ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้ด้วยค่ะ

ปัจจัยฟิลเลอร์ใต้ตา

ถ้าจะเติมฟิลเลอร์ใต้ตาลึกให้กลับมาสดใส ควรเลือกจากปัจจัยอะไรบ้างคะ ?

1.ควรเลือกแพทย์ที่มากประสบการณ์

ก่อนที่จะทำการ ฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์ อย่างละเอียดก่อนว่าแพทย์ดังกล่าวเป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะการฉีดในตำแหน่งที่มีความอันตรายสูง ไม่ได้แอบอ้างนั่นเองค่ะ

2.การบริการโดยพนักงานคลินิก

พนักงานที่ ยิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพเป็นกันเอง และสามารถให้ความรู้เบื้องต้นแก่คนไข้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

3.ผลลัพธ์ และการรีวิว

การรีวิวนั้น นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องการันตีถึงฝีมือของแพทย์ได้เป็นอย่างดีค่ะ เพราะหากไม่ได้ผลจริงเขาคงไม่กล้าถ่ายรูปตัวเองมาให้คนอื่นดูหรอกจริงไหมค่ะ

รีวิว กับผลลัพธ์จริง โดยคนไข้ ผลลัพธ์ และการรีวิวจริงโดย เป็นเครื่องการันตีถึงฝีมือของแพทย์ได้เป็นอย่างดีค่ะ เพราะหากไม่ได้ผลจริงเขาคงไม่กล้าถ่ายรูปตัวเองมาให้คนอื่นดูหรอกจริงไหมคะ

ลดถุงใต้ตา บอกเล่าความประทับใจ

ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ

บอกเล่าประสบการณ์ตรงจากปากคนไข้จริง แก้ไขอาการ ถุงใต้ตา

ใต้ตาหมองคล้ำ

บอกเล่าประสบการณ์ตรงจากปากคนไข้จริง คุณคล่อง ปัญหาถุงใต้ตา

อย่างที่คุณหมอของเราพูดเสมอฟิลเลอร์ที่ดีต้องไม่มีเป็นก้อนนะคะ และที่เราย้ำกันเป็นประจำฟิลเลอร์ ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรเลือกที่ใกล้ไกลบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ฟิลเลอร์สวยเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย วางใจ คุณหมอเมฆนะคะ ^^

Doctor Mek Clinic ของเราขอการันตีด้วย รางวัลยอดฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดอันดับ 1 ของ  ประเทศไทยในปี 2018 และ ปี 2019

และกล้าการันตี ด้วย “ รีวิวจากคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการของเรา ” ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ความประทับใจจากการฉีดฟิลเลอร์ของเราเยอะมากๆ

Tel : 064 9461998 , 02 0422221 , 077 272007

Line @ คุณหมอตอบปรึกษาเอง : @doctormekclinic (มี@ด้วยนะคะ)

Website : www.doctormekclinic.com

Facebook : facebook.com/doctormekclinic

คลินิกเดินทางสะดวกติด BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ติดทางด่วนพระราม 4 คลินิกติดถนนใหญ่หาง่าย  มีที่จอดรถพร้อมค่ะ

หากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มาปรึกษาคุณหมอของเรา

ได้ฟรีเลยค่ะ ยินดีให้บริการค่า ^_^

DoctorMekClinic-Button-Share