ฟิลเลอร์คางแล้วมีข้อห้ามอะไรบ้าง ? ไขข้อทุกข้อสงสัยกับอาจาย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์

เคล็ดลับหน้าหวานของสาวๆ หน้าเรียวเป๊ะปังของหนุ่มๆ บอกเลยค่ะว่าการทำ ฟิลเลอร์คาง ไปแล้วนั้น หน้าจะหวาน หน้าไม่บาน กรอบหน้าชัด ทำให้การเติมฟิลเลอร์เข้าไปยังบริเวณคางเป็นอีกหนึ่งหัตถการฮิตของคลินิกเราเลยค่ะ แถมคุณหมอจะแนะนำการฉีด filler คาง เพื่อปรับทรงคางให้เหมาะกับหน้าเราอีกด้วย หลายๆ ท่านเลยอยากทำกันแล้วใช่ไหม วันนี้เราเลยหาคำตอบมาให้ค่ะว่าก่อนและหลัง การเติมฟิลเลอร์คางไปแล้วมีข้อห้ามอย่างไรบ้าง หากเคยเสริมซิลิโคนมาแล้ว จะส่งผลต่อการเติมคางไหมนะ

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ Filler คาง
ฉีดฟิลเลอร์คาง เคล็ดลับหน้าหวานของใครหลายๆ คน สาวคนไหนคางสั้น หน้าบาน ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะการเติมฟิลเลอร์นั้นจะช่วยทำให้ใบหน้าของเราหวานละมุน เรียวยาวได้รูปแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอกันเลยทีเดียว ทั้งนี้หากใครกำลังวางแผนจะไปเติมคาง แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร บทความนี้เราจะมาเจาะลึกทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์, ปริมาณที่ใช้ฉีด, อายุของฟิลเลอร์ รวมไปถึงข้อแตกต่างของการเติมคางและการเสริมคาง ฯลฯ ุอยากสวยต้องไม่พลาดอ่านกันนะคะ

การฉีดฟิลเลอร์คางคืออะไร ?

ฟิลเลอร์เองนั้น เป็นสารจำพวก Hyaluronic acid หรือ HA Filler โดยสกัดจากธรรมชาติ และผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ให้มีความปลอดภัยต่อผิวหนังของมนุษย์มากๆคะ ทำให้ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และแทบไม่มีโอกาสที่จะเกิดการแพ้ต่อสารชนิดนี้เลย ซึ่งจากผลวิจัยอาการแพ้ที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนไม่ถึง 1 เปอร์เซนหลังฉีด พบว่าอาการแพ้นั้นเกิดจากการแพ้ยาชาค่ะ

สำหรับคนไข้ที่มีอาการกังวลสบายใจได้ค่ะ ถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย แต่อย่างไรก็ตามทุกหัตถการย่อมมีความเสี่ยงความปลอดภัยในการฉีดนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์  หากฉีดเข้าไปยังชั้นผิวหนังที่ตื้นเกินไป อาจจะทำให้เกิดปัญหาคางเสียรูปได้

ฟิลเลอร์คางสามารถแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

การฉีดฟิลเลอร์คางนั่นกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะนอกจากนี้จะสามารปรับรูปหน้าได้แล้ว ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับคางได้ด้วย
ไม่ว่าจะเป็นปัญหา คางตัด ทำให้ใบหน้าดูสั้น ใบหน้ากลม คางบุ๋ม จากกรรมพันธุ์ คางเหลี่ยม คางสั้น ทำให้หน้าไม่หวาน ดูไม่สมส่วน จนทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง

สำหรับสาวๆ หลายคน ที่กำลังประสบปัญหาเหล่านี้ สามารถแก้ไขได้โดยการเติมคางด้วย HA Filler ได้ทั้งหมดค่ะ ทั้งการฉีดให้ดูคางยาวขึ้นใบหน้าได้สัดส่วนขึ้นดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติ แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์หลังการฉีดฟิลเลอร์คางนั้น จะขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีดของแพทย์ หากฉีดได้ดีสวยครบทั้งสามมิติ ทั้งความกว้าง ความยาว และความหนา จะไม่เกิดปัญหาคางห้อยย้อย หรือคางยาวแบนแบบแม่มดแน่นอนค่ะ

หลังฟิลเลอร์คาง มีข้อห้ามอะไรบ้าง

สำหรับก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางมีข้อห้ามอย่างไรบ้างนั้น จะคล้ายคลึงกับข้อห้ามของการทำหัตถการบนใบหน้าทั่วไปเลยค่ะ เช่น

1. หลีกเลี่ยง อาหารเสริม/วิตามิน

เช่น วิตามินซี คอลลาเจน grape seed ที่มีผลต่อผิว ทำให้ผิวเรามีหลอดเลือดฝอยมาเลี้ยงมาก และมีโอกาสช้ำง่าย ประมาณ 3-7 วันก่อนทำหัตถการ

2. กรณีทานยาต้านเกร็ดเลือด

หรือมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทำหัตถการนะคะ

3. เสริมซิลิโคนคางมาแล้ว ฉีด Filler คาง มีข้อห้ามไหม ? และสามารถทำได้ไหม ?

จะเรียกว่าข้อห้ามก็ไม่เชิงค่ะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการเป็นรายบุคคลดีกว่าค่ะ เพราะการเสริมคางมานั้นจะทำให้หลอดเลือดกายวิภาครอบๆคางเปลี่ยนไป รวมถึงต้องคำนึงว่าเนื้อคางส่วนที่เหลืออยู่มีเพียงพอต่อการฉีดฟิลเลอร์คางให้ออกมาสวยได้ไหม เพราะที่ Doctor Mek Clinic เราคำนึงถึงคุณภาพของผลงานและความพึงพอใจของคนไข้มากๆค่ะ

ในส่วนของหลังจากทำการฉีดฟิลเลอร์บริเวณคางไปแล้ว จะมีข้อห้ามดังนี้ค่ะ

1.หลังฉีดฟิลเลอร์คาง ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามนวด กด ปั้นทรงคาง เหมือนที่คุณหมอเมฆพูดอยู่ทุกเคสเลยค่ะ “ คางพี่เป็นของผม 2 สัปดาห์นะครับ ห้ามยุ่ง ห้ามแตะนะครับ ” เพราะ ฟิลเลอร์คางสามารถปั้นขึ้นทรงได้ ใน 2 สัปดาห์ค่ะ ที่ Doctor Mek Clinic ของเราจะดูความสวยให้ 360 องศาอยู่แล้ว เพราะคุณหมอจะทำการวิเคราะห์ใบหน้าของคนไข้ก่อนทำการฉีด Filler คางทุกครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมารับกับรูปหน้าของคนไข้ให้มากที่สุด การันตีไม่มีแหลมเป็นแม่มด หรืองอนเป็นมะม่วงแน่นอนค่ะ ที่สำคัญห้ามกดนวดบริเวณคางของเราเด็ดขาดนะคะ อย่างน้อย 2 สัปดาห์นะคะ คุณหมอเมฆหวงมาก

2.เลี่ยงการเท้าคาง หรือสวมหมวกนิรภัย ใดๆ ที่ทำให้เกิดการรัดใต้คาง อย่างน้อย 2 สัปดาห์

3.นอนตะแคงได้ไหม หลังฉีดฟิลเลอร์คางไม่มีข้อห้ามในการนอนตะแคงค่ะ แต่จะขอให้ระมัดระวังการนอนคว่ำใน 2 สัปดาห์แรก เพราะคางเราอาจไปเกยหมอน เกิดการกดทับทรงคางได้ค่ะ

4.ของแสลงหลังฉีดฟิลเลอร์คางมีข้อห้ามอะไรไหม

เปรียบเทียบฟิลเลอร์คางกับผ่าตัดเสริมคาง ควรเลือกแบบไหน

ข้อคำนึงก่อนตัดสินใจทำอะไร คือควรมองความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากหลายกรณีเมื่อทำไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ หรือแก้ไขแล้วไม่ดีเท่าที่ต้องการ

ฟิลเลอร์คาง vs การผ่าตัด

การฉีดฟิลเลอร์คางก็คือ การฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณส่วนคางของใบหน้า เพื่อเติมเต็ม ปรับรูปหน้า และยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น และทำให้ใบหน้ามีมิติ สามารถทำให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น ดูหน้าหวาน หน้าเรียวมากขึ้น ถ่ายรูปแล้วปัง กรอบหน้าชัด หรือในเพศชายสามารถทำให้ดูคมเข้มมากขึ้น ขึ้นกับความต้องการคนไข้ และเทคนิคการฉีดของแพทย์เลยค่ะ

แล้วทำไมฉีดฟิลเลอร์เหมือนกัน ทำไมคางออกมาไม่เป๊ะ ไม่ปัง สวยต่างกัน การฉีดฟิลเลอร์คางให้หน้าเรียวสวย นั้น ขึ้นกับอะไรบ้าง

  • ชนิดของ Filler ที่เลือกใช้ อย่างที่ทราบกันดีว่า ฟิลเลอร์ในเมืองไทยมีหลายยี่ห้อ และแต่ละยี่ห้อมีหลายรุ่นหลายชนิดมาก แต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน การที่จะทำฟิลเลอร์คางให้สวย ต้องเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลเหมาะสม มีคุณสมบัติที่จะขึ้นทรงได้สวย ซึ่งตรงนี้จะขึ้นกับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการที่จะเลือก ชนิดฟิลเลอร์ให้เหมาะกับรูปหน้าของแต่ละเคสเลยค่ะ บางคนที่ฉีดออกมาแล้วคางเป็นก้อนกลมๆ ไม่เป็นทรง ฉีดแล้วแต่เหมือนไม่ได้ฉีดมา สาเหตุหนึ่งก็เพราะการเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมเลยค่ะ
  • เทคนิคการฉีดของแพทย์ สำคัญมาก เพราะฟิลเลอร์คางที่สวยจะไม่ได้ฉีดอยู่เพียงตรงกลางตำแหน่งเดียว แต่จะต้องปรับทรงทั้งซ้ายขวาให้รับการรูปจมูกและปาก รวมถึงเทคนิคการฉีดให้คางไม่งอนเป็นมะม่วง แหลมเป็นแม่มด หรือฉีดออกมาดูเป็นก้อนๆกลมๆที่คางอีกด้วย

นอกจากเทคนิคการฉีด ยังขึ้นกับเทคนิคการปั้นขึ้นทรงคางของแพทย์ด้วยค่ะ เรียกได้ว่า การฉีดฟิลเลอร์เป็นงานศิลปะของแพทย์อย่างแท้จริงเลย เพราะต้องออกแบบให้รับเข้ากับใบหน้าของแต่บุคคลเลยค่ะ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • สามารถปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ
  • สามารถรองรับกับกรอบหน้าได้ดีกว่า
  • สามารถแก้ไขได้ง่าย
  • ไม่จำเป็นต้องพักพื้น

1. ค่าใช้จ่ายไม่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับการแก้ไขโครงสร้างใบหน้าด้วยการเสริมคางในแบบอื่น ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การผ่าตัดขากรรไกรแล้ว หรือ การผ่าตัดเสริมคาง การฉีดฟิลเลอร์คาง นับเป็นอีกวิธีที่มี ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าวิธีอื่นๆ  ทำให้ คนไข้ไม่จำเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ที่อาจจะสูงเกินไปนั่นเองค่ะ

2 . ปลอดภัยกว่าวิธีอื่น สารที่นำมาใช้ในการฉีดฟิลเลอร์คาง คือ ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็น กรดชนิดหนึ่งที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาได้ตามธรรมชาติ และมีอยู่ทั่วไปตามชั้นผิวของเรานั่นเองค่ะ นอกจากจะเป็นสารที่มีความปลอดภัยสูง ยังผ่านการรับรองทางการแพทย์ว่าสามารถใช้กับคนทั่วไปได้ด้วยค่ะ

แต่ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์นั้นควรทำโดยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการฉีดเท่านั้น จึงจะสามารถมั่นใจได้ว่าะไม่มีอันตรายใด ๆ อย่างแน่นอน

3 . เห็นผลได้ทันทีหลังฉีด การฉีดฟิลเลอร์คางเป็น วิธีการปรับรูปหน้าที่สามารถเห็นได้ทันทีหลังจากการฉีด เพราะเมื่อ Hyaluronic Acid  (ฟิลเลอร์) ที่ฉีดเข้าไปจะคงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดทันที อีกทั้งยังไม่ส่งผลข้างเคียง เช่น การบวมหลังผ่าตัด ทำให้ไม่ต้องรอเหมือนการผ่าตัดศัลยกรรมค่ะ

4 . ไม่เจ็บและที่สำคัญไม่ต้องพักฟื้นด้วยค่ะ เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นเป็นเพียง การฉีดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เข้าสู่ร่างกายเฉพาะจุด ดังนั้น การฉีดฟิลเลอร์คาง จึงเป็นวิธีการปรับลักษณะ โครงสร้างใบหน้าที่ไม่ต้องเจ็บตัว และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เพียงทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพค่ะ

5 . ปรับเปลี่ยนได้หากไม่ถูกใจ เนื่องจากฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เข้าสู่ใต้ผิวหนังชั้นลึก ดังนั้นหาก คนไข้ เกิดรู้สึกว่าไม่พอใจ กับรูปร่างของใบหน้า หลังการฉีดสารฟิลเลอร์ ก็สามารถปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการปรับแต่ง หรือแก้ไขได้ทันที ทำให้คนไข้ไม่จำเป็นต้องกังวลว่ารูปลักษณ์ของคางจะเปลี่ยนไปอย่างถาวรจนไม่สามารถแก้ไขได้ค่ะ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

ข้อปฏิบัติหลังจากฉีดฟิลเลอร์คาง

● งดการออกกำลังกายและการทำกิจกรรมที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ อย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์
● งดการนวดหน้า หรือสัมผัสบริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์มาอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์
● ควรดื่มน้ำเยอะๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำบ่อยๆ จะเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และฟิลเลอร์ทำให้เห็นผลได้ดีชัดขึ้นค่ะ

เมื่อสาว ๆ ได้ทราบข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการปรับรูปหน้า พร้อมวิธีดูแลตัวเองแล้ว ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกต่อไปแล้วค่ะ ที่เหลือก็แค่เตรียมตัวเองให้พร้อม และที่สำคัญเลือกควรแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยนะ เพราะใบหน้าของเรามีเพียงหน้าเดียวนะจ๊ะ

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • ระยะเวลา ซึ่งฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานที่สุดเพียง 2 ปี
การผ่าตัดเสริมคาง

การผ่าตัดเสริมคาง จุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้ายาวเรียวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าผ่าตัดมีความเสี่ยงเสมอ ดังนั้นจำเป็นต้องพิจารณาตามความต้องการของตัวคุณเอง

ข้อดีการผ่าตัดศัลยกรรมคาง

  • ลงทุนครั้งเดียว
  • อยู่ได้ถาวร

ข้อเสียการผ่าตัดศัลยกรรมคาง

  • การทำให้ออกมาเป็น ธรรมชาติได้ยาก เนื่องจากลักษณะทางกายภาพ ซิลีโคลน เป็นของแข็ง
  • ปรับให้พอดีกับ กรอบหน้าได้ยาก
  • หากต้องการปรับเปลี่ยนต่อมีการผ่าตัดใหม่ทุกครั้ง กรณีผ่าตัดหลายๆ ครั้ง อาจจะทำให้เกิดพังผืด
  • ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน

ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับเวลาพักฟื้นเอง อาจจะทำให้เกิด อาการติดเชื้อแทรกซ้อน ทำให้เกิดอาการบวมแดงได้ ในกรณีที่คนไข้มีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ควรเลือกวิธีที่ความเสี่ยงน้อยและควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษาทุกครั้ง

ฉีดฟิลเลอร์คางควรใช้กี่ซีซี

Q : Filler คาง ควรใช้ปริมาณกี่ CC

A : ในส่วนของฟิลเลอร์คางโดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1 cc.  และควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวสูง เพื่อให้ปั่นเป็นทรงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

แต่ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ เนื่องจากจำนวน CC ของ Filler ที่ใช้นั้น ควรปรึกษาและประเมินรูปหน้ากับแพทย์ก่อนค่ะ เพื่อให้แพทย์ วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า และเลือกชนิดของฟิลเลอร์สำหรับฉีดไปยังคางก่อน รวมถึงการคำนวนปริมานให้เหมาะสมกับใบหน้า และรูปทรงที่ต้องการก่อนนั่นเองค่ะ 

Q : หลังจากเติม Filler คางไปแล้ว จะอยู่ได้นานแค่ไหนประมานกี่เดือน

A : โดยเฉลี่ยแล้วฟิลเลอร์นั้น อยู่ได้นานอย่างน้อย 18 – 24 เดือนค่ะ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับ ชนิดของฟิลเลอร์ที่คุณหมอใช้ เนื่อง Filler นั้น มีโมเลกุล ความยืดหยุ่นของแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป รวมถึงการดูแลตัวเองหลังการฉีดของคนไข้ด้วยค่ะ ซึ่งหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ อย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ Filler อยู่ได้นานขั้นนั่นเอง

Q : หลังจากฉีดฟิลเลอร์คางประมานกี่วันถึงจะเห็นผล

A : หลังจากทำการฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วนั้น จะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด ประมาน 80% เลยทีเดียว ส่วนอีก 20% ที่เหลือนั้นจะใช้เวลาในการเซ็ตตัวประมาน 14 – 20 วัน หลังจากฉีดค่ะ

Q : ฉีดฟิลเลอร์คางราคาเท่าไหร่

ฟิลเลอร์คางราคาจะแตกต่างกันไปค่ะ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน รวมถึงชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ทำให้ไม่สามารถบอกถึงราคาอย่างชัดเจนได้นั่นเอง

[ปัญหา] ที่คนไข้ถามกันมาบ่อยๆ เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์คาง

[ปัญหา] ที่คนไข้ถามกันมาบ่อยๆ

Q : คือหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วจะเกิดการย้อยไหม ย้อยบิดเบี้ยว ผิดรูปไหม

A : ทั้งนี้ขึ้นอยู่กัชนิดของ Filler ที่เลือกใช้ค่ะ ถ้าใช้ฟิลเลอร์ของแท้ได้มาตรฐาน รวมถึงเทคนิคการฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญสูง ผลลัพธ์จะดีขึ้นชัดเจนอย่างปลอดภัยไม่ห้อยย้อย นอกจากนี้ยังสามารถสลายไปได้เองในระยะเวลา 1 – 2 ปี 

นอกจากนี้ที่ Doctor Mek Clinic ขอการันตรีหลังฉีดไปแล้ว ไม่มีไหลย้อย บิดเบี้ยวแน่นอน เพราะเราใช้ HA Filler แท้ จากบริษัทยา ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีและสามารถสลายตามธรรมชาติ ฉีดโดยแพทย์เฉพาะทาง ถูกชั้นผิว จึงสบายใจหายห่วงได้เลยค่ะ ที่เป็นข่าวบ่อยๆเพราะใช้ฟิลเลอร์ปลอม ซิลิโคนเหลว ซึ่งไม่สลาย อันตรายและบิดเบี้ยวผิดรูปได้ เพราะฉะนั้น ใบหน้าเรามีเพียงหนึ่งเดียว สวยไม่เสี่ยงนะคะ

Q : ที่พบเป็นข่าวบ่อยครั้งว่าฉีดแล้วกลายเป็นก้อนห้อย ฉีดแล้วไหลไปตำแหน่งอื่นล่ะคะ

A : โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากการฉีดสารต้องห้าม เช่น ซิลิโคนเหลว รวมถึงฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งเป็นสารราคาถูก และมักฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ เนื่องจากการฉีดสารแปลกปลอมเหล่านี้ มีข้อแทรกซ้อนมากมาย เช่น อาจเกิดการอักเสบเป็นๆ หายๆ การติดเชื้อ บางรายเป็นก้อนแข็ง ไหลย้อยไปตำแหน่งอื่นทำให้ใบหน้าดูประหลาดผิดธรรมชาติ เพราะสารเหลวประเภทนี้ จะอยู่ถาวร และไม่สามารถสลายไปเองตามธรรมชาติ กรณีผิดพลาดต้องรักษาด้วยการผ่าตัดแล้วทำการขูดออกจากส่วนที่ติดกับกระดูก หรือผิวหนังบริเวณคาง ซึ่งมักทำได้ไม่หมดอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้เกิดผิวขรุขระไม่เรียบเนียนตามมา

Q : ทำฟิลเลอร์คางแล้วคางจะออกมาเหมือนมะม่วงไหม หรือเหมือนพริตตี้ที่ดูคางชัดๆ ไหม

A :ตรงส่วนนี้ต้องขอชี้แจงก่อนนะคะ ว่าฟิลเลอร์นั้นจัดเป็นหัตการที่ต้องอาศัยเทคนิคความชำนาญส่วนบุคคลของแพทย์เลยค่ะ ฉะนั้นการฉีด และปั้นขั้นทรงได้สวยเป็นธรรมชาติจึงต้องอาศัยฝีมือของคุณหมอมากๆ ค่ะ

Doctor Mek Clinic ของเราขอการันตีด้วย รางวัลยอดฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 2018 – 2020 

สุดท้ายนี้หากท่านสนใจบทความ ฉีดฟิลเลอร์คาง และบริการอื่นๆ ของเราสามารถอ่านได้ที่นี่ค่ะ

DoctorMekClinic-Button-Share