How to ดูแลผิวหน้า อย่างไรเมื่อต้องปิดแมสก์ ?

ในวันที่แมสก์กลายเป็นอวัยวะที่ 33 !

“ พอเราสวมหน้ากากทุกวัน มันก็มีจุดแดงๆ เป็นผื่นขึ้นรอบปาก ” 

 ณัฐวดี (หญิง 28), เจ้าหน้าที่พยาบาล

“ ปิดแมสก์แล้วสิวขึ้น ไม่ปิดก็ไม่ได้อีก ” 

เอ็ม (ชาย 32), พนักงานส่งของ

       “ ใครใส่แมสก์แล้วผื่นไม่ขึ้น ถือว่าเป็นลาภอันประเสิรฐไปเลยค่ะ ” 

อรอนงค์ (หญิง 36), แม่ค้า

 

จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ทำให้หน้ากากอนามัย หรือ แมสก์ (Mask) กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันที่ขาดไม่ได้เสียแล้ว บางคนสวมหน้ากากอนามัยแทบจะตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้าน และไม่ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวสักแค่ไหนก็ต้องยอมทน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เชื้อไวรัส Covid-19 คลิ๊ก https://doctormekclinic.com/coronavirus/

ดังนั้นการสวมใส่หน้ากากตลอดทั้งวันเช่นนี้ จึงมีคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ ที่เผชิญกับปัญหาผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวหัวดำ สิวอักเสบ จนกระทั่งเป็นผื่นแดงขึ้นตามใบหน้า ทำเอาเสียความมั่นใจไปเลยค่ะ และวันนี้แอดมินมี How to ดูแลผิวหน้าในยามที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย (กันไปอีกนาน) มาฝากกันค่ะ ตามไปดูกันเลยย   

 

[ สิว หรือ ผื่น ..ที่เกิดจากการสวมแมสก์มีลักษณะอย่างไร ? ]

ปัญหาผิวที่เกิดจากการสวมแมสก์นั้น หลักๆ จะพบว่าคนส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องของสิวอุดตัน รวมไปถึงเกิดผดผื่นคันค่ะ ซึ่งทั้ง 2 อาการ มีลักษณะดังนี้

 

สิวอุดตัน

  • เกิดจากการอุดตัน
  • มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ กระจายทั่วใบหน้า
  • มีลักษณะเป็นตุ่มแดง อาจมีการอักเสบร่วมด้วย
  • มีอาการคันบ้างแต่ไม่มาก
  • บริเวณเดียวกันอาจมีขนาดต่างกัน
  • เกิดบริเวณที่มีความมันเยอะ

 

ผดผื่น

  • ไม่ได้เกิดจากการอุดตัน
  • มักเกิดขึ้นในทันทีเมื่อผิวสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • ลักษณะเป็นผดสีแดง ขนาดเท่าๆ กัน กระจายอยู่ทั่วบริเวณหน้า
  • ลักษณะคล้ายสิวแต่ไม่มีหัว
  • มักมีอาการคันร่วมด้วย

 

อยากเข้าใจเรื่องสิว.. อ่านบทความต่อได้ที่ คลิ๊ก >> ปัญหาสิวไม่ใช่แค่เรื่องจิ๋วๆ

 

 

[ เช็คให้ดี..เกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ? ]

“ หลังจากปิดแมสก์ไปทำงานทุกวัน หน้าผมเริ่มมีจุดแดงๆ เป็นผื่นขึ้นรอบๆ ปาก และมีอาการคัน แต่พอลองเปลี่ยนมาใช้แมสก์ผ้าดู สิวค่อยๆ ลดลงครับ ”

สำหรับคนที่เผชิญปัญหาสิวบุก! เพราะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แอดมินเข้าใจนะคะว่าเป็นอะไรที่ทรมานมากก แต่ก่อนที่จะข้ามไปถึงขั้นตอนการรักษา เราควรเช็คให้ดีก่อนว่า ปัญหาสิวที่เราคิดว่ามันเกิดจากหน้ากากอนามัยนั้น แท้จริงแล้วมันเกิดมาจากหน้ากาก ? หรือเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ? ทั้งนี้ก็เพื่อที่เราจะได้ทำการดูแลรักษาได้ตรงจุด โดยแอดมินจะขอแบ่งสาเหตุการเกิดออกเป็น 5 ประเด็นหลักๆ ดังนี้ค่ะ

 

1.ผิวเสียดสีกับหน้ากากอนามัยจนเกิดสิว

ในขณะที่สวมหน้ากากอนามัยนั้น ผิวของเรามีการสัมผัสกับหน้ากากอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดการเสียดสีถูกันไป-มาระหว่างผิวหนังกับแมสก์ รวมถึงหากมีการถอดแมสก์เข้า-ออกอยู่บ่อยๆ ก็จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง จนเกิดเป็นสิวอุดตันหรือสิวอักเสบได้ค่ะ

 

2.แพ้วัสดุสังเคราะห์ของหน้ากากอนามัย

  • สารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารตั้งต้นในการผลิตหน้ากากชนิด N95 ซึ่งหากใช้ไปนานๆ ในบางรายอาจมีการระคายเคืองผิว จนทำให้เกิดสิวหรือผื่นแพ้ขึ้นมาได้
  • สารไทยูแรม (Thiuram) อยู่ในส่วนที่เป็นสายคล้องหูของหน้ากากอนามัย ตรงส่วนนี้ทำให้คนมักจะเป็นรอยแดง และมีผื่นคันบริเวณหลังหูกันมาก
  • สารโพลียูรีเทน (Polyurethane) มักจะพบในหน้ากากชนิดที่มีความยืดหยุ่นสูง และแนบกระชับกับรูปหน้า
  • สารโพลีเอสเตอร์ (Polyester) เป็นใยสังเคราะห์ที่อยู่ในหน้ากากชนิดใช้แล้วทิ้ง น้อยคนนักจะแพ้สารชนิดนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย

รวมถึงหน้ากากอนามัยบางชนิดที่มีกาวเป็นส่วนประกอบ อาจทำให้คนที่มีผิวบอบบางหรือไวต่อการระคายเคือง เมื่อนำมาใช้แล้วเกิดการแพ้ได้ค่ะ

 

3.ความอับชื้นภายในหน้ากาก

เมื่อสวมหน้ากากเป็นเวลานาน ความชื้นจากลมหายใจจะทำให้ความร้อนภายในหน้ากากสูงขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงไปกระตุ้นให้เหงื่อ และไขมันหลั่งออกมามากกว่าปกติ ช่วยให้แบคทีเรียเจริญเติบโตง่ายขึ้นค่ะ ทั้งนี้บางรายอาจเกิดเป็นสิวเห่อขึ้นมา โดยเฉพาะคนที่ผิวบอบบางแพ้ง่ายมักจะเป็นสิวเม็ดเล็กๆ กระจายไปทั่วใบหน้า หนักสุดอาจเกิดเป็นสิวหัวหนองได้เลยค่ะ

 

4.น้ำยาซักหน้ากากอนามัย

ยิ่งช่วงที่หน้ากากขาดตลาดแบบนี้ หลายๆ คนแก้ปัญหาด้วยการ ‘ รียูส ’ นั่นเอง การซักแล้วใช้ซ้ำต่อนั้นขอให้ระมัดระวังสักนิดนึงนะคะ เพราะบางคนอาจแพ้น้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกโดยที่ไม่รู้มาก่อนได้ค่ะ 

 

หน้ากากอนามัยไม่พอใช้ทำอย่างไร (?)

หากคุณมีหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอต่อการใช้ การนำผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าฝ้ายบางๆ มาทำหน้ากาก ก็อาจช่วยให้เราประหยัดเงินและทำให้ไม่เสี่ยงต่อการแพ้หน้ากากอนามัยแบบเส้นใยสังเคราะห์อีกด้วยค่ะ

How to ทำหน้ากากอนามัยด้วยตัวเอง ..อ่านบทความต่อได้ที่ คลิ๊ก >> แจกไอเดีย DIY อุปกรณสู้ Covid-19 ทำเองได้ไม่ง้อของแพง

 

[ How to ดูแลผิวหน้าอย่างไรเมื่อต้องปิดแมสก์ตลอดเวลา ]

  • งดแต่งหน้า หรือแต่งหน้าให้บางที่สุด

การแต่งหน้าในวันที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย นอกจากจะเป็นการเสียเวลาแล้ว ยังทำให้เปลืองเครื่องสำอางอีกด้วยค่ะ เพราะต่อให้แต่งหน้าแต่ถ้าใส่หน้ากากทับก็ไม่มีใครเห็นอยู่ดี อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงก่อให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายอาจเกิดสิวอุดตันบริเวณรอบๆ ใต้หน้ากาก พาให้เสียความมั่นใจลงไปเลยค่ะ ดังนั้นในช่วงนี้ควรงดการแต่งหน้าไว้ก่อนจะดีกว่า หากจำเป็นต้องแต่งหน้าจริงๆ ควรลงเมคอัพเพียงบางๆ หรือแนะนำให้เว้นบริเวณใบหน้าครึ่งล่าง โดยแต่งเฉพาะบริเวณครึ่งบนก็พอค่ะ อาจจะเน้นลงเมคอัพไปที่ดวงตาก็เป็นใช้ได้ค่ะ

  • ทำความสะอาดหน้าอย่างพิถีพิถัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปกป้องผิวหน้าก็คือ ‘ การเอาใจใส่ในการทำความสะอาดผิว ’ นั่นเองค่ะ หลังจากออกไปข้างนอกหากมีการสวมใส่หน้ากากอนามัย ในวันนั้นผิวหน้าของเราจะมีการสะสมของเสียมากเป็นพิเศษค่ะ หากใครใช้แค่โฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจด ฉะนั้น งานนี้จึงต้องเพิ่มตัวช่วยอย่าง ‘ เมคอัพรีมูฟเวอร์ ’ เข้ามาช่วยเช็ดคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกบนใบหน้า และต่อมาเราถึงจะล้างหน้าได้ตามปกติค่ะ สุดท้ายจบด้วยการเช็ดผิวด้วยโทนเนอร์ เพื่อเช็คว่าเราทำความสะอาดผิวได้อย่างสะอาดหมดจด จากนั้นจึงเตรียมการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปค่ะ

  • งดสครับผิว

 

หากรู้ว่ายังต้องสวมหน้ากากอนามัยต่อไปอีกระยะเวลานึง ควรงดการสครับ ขัดถูผิว หรือไม่ว่าอะไรก็ตามที่เป็นการรบกวนผิวควรหยุดพักไว้ก่อนค่ะ ทั้งนี้ก็เพราะว่าหน้าของเราเมื่อหลังจากโดนการขัดถูไปแล้ว ผิวจะมีความอ่อนแอและไวต่อการระคายเคืองมากเป็นพิเศษค่ะ และหากยิ่งสวมหน้ากากทับก็จะยิ่งเป็นการทำร้ายผิวมากขึ้นไปอีก

  • พักการสวมหน้ากากอนามัยทุกๆ 4 ชั่วโมง

 

การสวมหน้ากากอนามัยเป็นเรื่องที่ดีค่ะ ถือว่าเป็นการป้องกันตัวเองและรับผิดชอบต่อส่วนรวม แต่หากสวมเป็นเวลาระยะนานโดยไม่มีการถอดออกเลย รับรองได้ว่าปัญหาส่วนตัวเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ สิวบุกแบบไม่ต้องสืบกันเลยทีเดียว ดังนั้นควรปล่อยให้ผิวได้มีเวลาหายใจและพักเป็นอิสระบ้าง ทั้งนี้แนะนำให้พักจากการสวมหน้ากากทุกๆ 4 ชั่วโมง หรือเมื่อใดก็ตามที่อยู่คนเดียวควรถอดหน้ากากออกมาเพื่อระบายอากาศให้ผิวบ้างค่ะ

  • งดสัมผัสหน้าเมื่อไม่จำเป็น

 

หลายๆ คนมักจะขาดความระมัดระวัง เพราะมองว่ามีแมสก์ปิดหน้าไว้อยู่แล้ว ดังนั้นจะเอามือไปจับหน้าบ่อยแค่ไหนก็ได้ สิวคงไม่มีทางขึ้นได้ง่ายอีกต่อไปแล้ว หากใครยังคิดแบบนี้อยู่ ขอให้หยุดความคิดนั้นได้เลยนะคะ เพราะเชื้อโรคที่แปดเปื้อนหน้ากากอนามัยจากมือของเรา ก็สามารถเล็ดลอดผ่านหน้ากากเข้าไปได้ค่ะ และยิ่งหากเป็นหน้ากากอนามัยแบบบางด้วยแล้วก็ยิ่งเพิ่มโอกาสรับเชื้อขึ้นไปอีก ดังนั้นต่อให้ใส่หรือไม่ใส่หน้ากากก็ตาม ไม่ควรนำมือไปสัมผัสหน้าโดยไม่จำเป็นจะดีที่สุดค่ะ 

  • เปลี่ยนหน้ากากทุกวัน และไม่ใช้ซ้ำ

ไม่จำเป็นว่าต้องรอให้มีสิวเกิดขึ้นก่อน แล้วถึงค่อยมาใส่ใจในเรื่องนี้นะคะ เพราะการที่เรายังใช้หน้ากากอนามัยอันเดิมอยู่ทุกๆ วันโดยไม่มีการเปลี่ยน จากหน้ากากอนามัย ก็อาจจะกลายเป็นหน้ากากไร้อนามัยก็ได้ค่ะ เพราะแทนที่หน้ากากจะเป็นสิ่งที่คอยป้องกันเชื้อโรคให้เรา แต่ดันกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคเองซะอย่างนั้น แนะนำว่าควรเปลี่ยนแมสก์ทุกๆ วันจะดีกว่าค่ะ โดยเฉพาะแมสก์แบบใช้แล้วทิ้ง เนื่องจากแมสก์ชนิดนี้หากซักแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ จะทำให้ประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรคลดลง ส่วนแมสก์แบบผ้าไม่ต้องใช้แล้วทิ้งนะคะ แค่ขยันซักบ่อยๆ ก็สะอาดแล้วค่ะ ดังนั้นเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพผิวที่ดีควรรักษาความสะอาดของหน้ากากอนามัยเสมอนะคะ

  • งดใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อหนัก

 

พอบอกให้งดแต่งหน้า บางคนเลยจัดหนักไปที่สกินแคร์เสียซะยกใหญ่ แท้จริงแล้วการประโคมครีมลงไปบนหน้านั้นถือว่าเป็นเรื่องที่พลาดมากค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์บำรุงส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเนื้อหนัก มีความเข้มข้นสูง ยิ่งเราโบกครีมแล้วเอาแมสก์มาสวมทับ ทั้งครีม ทั้งความมัน บวกกับสภาพอากาศในบ้านเรา มีแต่พังกับพังค่ะ แต่ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าห้ามการบำรุงนะคะ เพียงแต่แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบา เช่น สูตรเจลหรือน้ำแทนค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบานั้น นอกจากจะซึมซาบไปกับผิวได้ดีแล้ว ยังทำให้รู้สึกสบายผิว ไม่รู้สึกเหนอะหนะ และที่สำคัญโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดสิวนั้นมีน้อยมากๆ ค่ะ

  • วิตามินซี ดูแลผิวหน้า+เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

 

รู้หรือไม่ ? นอกจากวิตามินซี จะดีต่อผิวพรรณแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต้านไวรัสได้อีกด้วยค่ะ โดยมีการวิจัยทดลอง ให้นักศึกษาที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้รับวิตามินซีในปริมาณ 3,000 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่เกินกว่าร่างกายต้องการต่อวัน จากการทดลองพบว่า วิตามินซีช่วยลดอาการไข้หวัดใหญ่ของนักศึกษาคนนั้นได้ดีเลยค่ะ ทั้งนี้ที่แอดมินแนะนำเป็นวิตามินซี ก็เพราะเห็นว่าเป็นวิตามินที่สามารถหาได้ง่ายๆ ตามพืช ผัก ผลไม้นั่นเองค่ะ หรือถ้าใครไม่สะดวกก็อาจจะรับประทานในรูปแบบอาหารเสริมได้เช่นกัน ช่วงนี้วิตามินซีเป็นที่ต้องการมากๆ เลยนะคะ

 

 

|   Tip ส่งท้าย :

1.ในระหว่างวันเราสามารถใช้แมสก์หลายแบบสลับกันได้ค่ะ หากรู้สึกว่าหน้ากากอันที่สวมใส่อยู่นั้นเปียกชื้นจากเหงื่อ ให้เราถอดออกแล้วนำไปตากลมธรรมชาติให้แห้ง อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้ความร้อนหรือไดร์เป่าหน้ากากอนามัย เพราะความร้อนจะทำให้แผ่นกรองของหน้ากากอนามัยเสียหายได้

2.สำหรับใครที่ผิวเกิดการระคายเคืองจากการสวมแมสก์ หากจำเป็นต้องแต่งหน้า แอดมินแนะนำให้เลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของดอกคาโมไมล์ค่ะ เพราะดอกคาโมไมล์มีคุณสมบัติต่อต้านการอักเสบ และยังช่วยฟื้นฟูผิวในสภาวะที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยกันอยู่แบบนี้ค่ะ