ฉีดฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน

แหม เห็นผลลัพธ์ที่สวยเป๊ะปัง หน้าเด็กลงหลังจากทำฟิลเลอร์โดยคุณหมอเมฆกันแล้ว เชื่อเลยว่าอยากทำกันแล้วใช่ไหมค้า แต่ก็เนอะเดี๋ยวนี้มันยุค 4.0 แล้ว จะเอาอะไรเข้าหน้าก็ต้องหาข้อมูลกันหน่อย หลายคนเลยสงสัย เอ๊ะ แล้วฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหนเนี่ย จะสลายไปไหม หรือใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะสลายไป วันนี้เรามาเคลียกันค่า

ก่อนอื่นแน่นอนการ ฉีดฟิลเลอร์ ที่เราพูดถึงนั้นก็คือ Hyaluronic acid Filler ซึ่งเป็นฟิลเลอร์แท้ เป็นชนิดเดียวกันกับคอลลาเจนตัวนึงในชั้นผิวปกติที่เรามีเลยค่ะ ซึ่ง HA Filler เป็นการเติมเต็มแบบชั่วคราว ดังนั้นระยะเวลาที่ว่าฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหนนั้นจะขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์เลยค่ะ เนื่องจากกรรมวิธีการผลิต การเชื่อมพันธะระหว่างโมเลกุลฟิลเลอร์ ของรุ่นฟิลเลอร์ ในแต่ละยี่ห้อนั้นๆแตกต่างกัน จึงเป็นเหตุผลให้ ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานต่างกันค่ะ (แอบกระซิบว่าคุณหมอแอร์ของเราไปบุกถึงโรงงานผลิตฟิลเลอร์ อเมริกา Juvederm มาฝากกันด้วย

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ต้องรู้อะไรบ้าง

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน

คิดถึงเราคิดถึง ฟิลเลอร์ที่ไหนดี ต้องที่ DoctorMek Clinic คิดถึง HA Filler คิดถึงเรา เสียงตอบรับจาก รีวิวจากผู้ใช้บริการอย่างล้นหลาม พร้อมด้วยเซเลบริตี้อีกหลายท่าน และการันตรีด้วยรางวัลคลินิกยอดฉีดฟิลเลอร์สูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย 3 สมัยซ้อนพร้อมรางวัลฉีดฟิลเลอร์ มากมาย เพราะการฉีดฟิลเลอร์นั้นไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ หรือไกลบ้าน เพราะฟิลเลอร์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ซึ่งเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญดังนั้น ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเราเถอะค่ะ ใบหน้าเราไม่ใช่หวย ควรสวยไม่ต้องลุ้น เพราะใบหน้าของเรามีเพียงใบหน้าเดียวค่ะ

HA Filler คือ

การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็มจำพวก Hyaluronic acid หรือ HA Filler แท้ เข้าไปในชั้นผิวเพื่อช่วยในการเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย พร้อมทั้งช่วยปรับรูปหน้า ยกกระชับใบหน้า ผิวกระจ่างใสเรียบเนียน ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงได้อีกด้วย เพราะฟิลเลอร์สามารถช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิวได้ โดย Hyaluronic acid เป็นสารที่มีอยู่ในชั้นผิวของเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงมีความปลอดภัย เกิดโอกาสแพ้ได้น้อยมาก ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์นั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ และมีประสบการณ์มากพอ จึงจะสามารถเลือกฟิลเลอร์ที่มีความเหมาะสม ประเมินปัญหา และวิเคราะห์สภาพผิวที่แตกต่างกันไปในแต่ละรายบุคคลได้อย่างถูกต้อง วางตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ปลอดภัย และเหมาะสมกับแต่ละรายบุคคล เพราะหากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์น้อย อาจจะทำให้ประเมินผิดพลาด แก้ไขไม่ตรงจุด อาจเกิดการฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งของชั้นผิวหนังที่ตื้นเกินไป จนทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ โดย HA Filler แท้ หากทำการฉีดเข้าไปแล้ว คนไข้ไม่พอใจในผลลัพธ์ สามารถฉีดสลายได้ง่าย และแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์จึงต้องคำนึงถึง แพทย์ผู้ทำการฉีดต้องมีความเชี่ยว และต้องใช้ HA Filler แท้ เท่านั้น

สารเติมเต็มนอกจากจะช่วยในเรื่องของความงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ฟิลเลอร์สามารถช่วยได้ก็คือ ช่วยปรับโหงวเฮ้งของใบหน้า โดยตำแหน่งที่มีความสำคัญบนใบหน้าตามศาสตร์โบราณของจีนมีอยู่ด้วยกัน 5 จุดหลัก ๆ ได้แก่ คิ้ว, จมูก, ปาก, ตา และ คาง ดังนั้นจึงมีการนำองค์ความรู้ในเรื่องของศาสตร์การปรับโหงวเฮ้งใบหน้า มาประยุกต์ใช้กับการฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้าตามจุดต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งโครงหน้าของของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน จึงทำให้แต่ละคนมีปัญหาที่ต้องใช้ฟิลเลอร์เข้าไปช่วยเติมเต็ม หรือปรับแก้ที่ต่างกันออกไป ฟิลเลอร์จึงเป็นงานฝีมือแพทย์ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ความชำนาญ และประสบการณ์ที่มากพอ จึงจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เหมาะสมกับรายบุคคล และปลอดภัย

แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว HA Filler ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐานถูกกฎหมายในประเทศไทย ได้แก่

ฟิลเลอร์อเมริกา (Juvederm)

 

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus XC

 

ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma

 

ฟิลเลอร์ Juvederm Volux

 

 

ฟิลเลอร์ Juvederm Volite

 

ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella

 

ฟิลเลอร์ Juvederm Volift

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra XC

ฟิลเลอร์สวีเดน (Restylane)

ฟิลเลอร์ Restylane Defyne

 

ฟิลเลอร์ Restylane

 

ฟิลเลอร์ Restylane Volyme

 

 

ฟิลเลอร์ Restylane Vital

 

ฟิลเลอร์ Restylane Vital Light

 

ฟิลเลอร์ Restylane Lyft

ฟิลเลอร์ Restylane Refyne

 

 

 

ฟิลเลอร์ Belotero Balance

 

ฟิลเลอร์ Belotero Soft

 

 

ฟิลเลอร์ Belotero Volume

 

ฟิลเลอร์ Belotero Intense

สารเติมเต็มคอลลาเจนนี้จะอยู่ได้นานอย่างน้อย 9 เดือน และอีกหลายชนิดจากงานวิจัยฟิลเลอร์ อยู่ได้นานตั้งแต่ 12 เดือน ,18 เดือน หรือถึง 24 เดือนกันเลยทีเดียว บางจุดเช่นที่คาง อาจนานกว่านั้นได้ด้วยน้า

ว้าว! หารออกมา ยกกระชับอยู่ได้นาน 2 ปีเนี่ย ราคา และผลลัพธ์คุ้มกว่าค่าครีมกระปุกที่เราใช้ต่อเดือนเยอะเลยนะคะ แถมเห็นผลทันทีหลังทำเลยอีกด้วย แบบนี้รอช้าอยู่ทำไมคะ

วิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ของแต่ละยี่ห้อ

ฟิลเลอร์ Restylane

ภายนอกของกล่อง ฟิลเลอร์ Restylane

1.ตัวกล่อง มุมขวาบนมีสติกเกอร์ ราคาเป็นแบบ Hologram สะท้อนแสงของ Restylane และ Galderma ติดบนกล่อง

2.ข้างกล่อง ประกอบด้วย  หมายเลขอ้างอิง Lot ,วันหมดอายุ ค่ะ

3.บริเวณรอยปรุก่อนเปิดกล่องต้องปิดผนึกสนิททั้ง 2 ด้าน

Restylane (ภายนอก)

ภายในของกล่องฟิลเลอร์ Restylane

4.ภายในบรรจุยาใน Sterile Set เป็นหลอดฟิลเลอร์พร้อมใช้งานหลอดยาจะสามารถเปิดใช้ได้ด้วยวิธีการหักฝาจุกสีขาวขุ่นออกเท่านั้น ซึ่งสามารถใช้ยืนยันได้ว่าเป็น ฟิลเลอร์ใหม่

5.ส่วนตัวหลอดยามีสติกเกอร์ ระบุรุ่นที่ผลิต และวันหมดอายุเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งหมายเหล่าเลขนี้จะตรงกันกับที่ระบุไว้บริเวณข้างกล่อง

6.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยาและข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาค่ะ

หลังจากการฉีดแล้ว แนะนำ ให้คนไข้เก็บกล่องเปล่า Restylane กลับบ้าน หลังจากทำทรีตเมนต์ทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานหรือใช้ตรวจสอบ ในกรณีเกิดผลข้างเคียงหรือ อาการไม่พีงประสงค์

ช่องทางติดต่อสำหรับใช้ตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ Restylane ได้ที่ บริษัท Galdema (ประเทศไทย) จำกัด เบอร์โทรศัพท์ 02-023-1800 ต่อ 402

กล่อง Restylane (ภายใน)

ฟิลเลอร์ Juvederm

ภายนอกของกล่อง ฟิลเลอร์ Juvederm

1.ตัวกล่อง บริเวณด้านซ้ายของกล่องจะมีหมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงค่ะ  ซึ่งสามารถใช้หมายเลข Lot ในการตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้ค่ะ

2.ด้านใต้ตัวกล่อง จะมีสติ๊กเกอร์ ยาควบคุมพิเศษติดอยู่ค่ะ

Juverderm(นอก)

ภายในของกล่องฟิลเลอร์ Juvederm

3.ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ Sterile จำนวน 2 ซีซี และด้านหน้าตัวถาดของ แพ็คเกจ จะมีหมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงค่ะ ซึ่งจะตรงกันกับ ที่ระบุไว้บริเวณข้างกล่องค่ะ

4.เมื่อเปิด แพ็คเกจ Sterile ตัวยาจะถูกบรรจุใน Syringe  เป็นหลอดฟิลเลอร์พร้อมใช้งาน โดยจะมี สติ๊กเกอร์ระบุ หมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงค่ะ เอาไว้เช่นเดียวกันค่ะ

5.ตัว  Syringe จะถูกปิดด้วยฝาเกลียวพลาสติกค่ะ

6.ตัว Syringe จะมีหมายเลข Lot ซึ่งจะตรงกันกับสติ๊กเกอร์ในแพ็คเกจ Sterile และด้านข้างกล่องค่ะ

7.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยา และข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาค่ะ

Juvederm บริษัทที่นำเข้าคือ Allergan(DKSH) เบอร์โทรศัพท์ 02-640-4999 ต่อ 1

Juverderm(ใน)

ฟิลเลอร์ Belotero

ภายนอกของกล่อง ฟิลเลอร์ Belotero

1.ตัวกล่องจะแตกต่างจากยี่ห้อห้ออื่น คือ กล่องจะถูกดีไซน์มาในรูปแบบแนวตั้งค่ะ

2.บริเวณมุมด้านซ้ายของกล่องจะมี ชื่อบริษัทที่นำเข้า  Merz Aesthetics ประทับไว้ค่ะ

3.บริเวณด้านใต้ของกล่องจะมีติ๊กเกอร์ หมายเลข Lot , วันหมดอายุของยาอาติดเอาไว้ค่ะ ซึ่งสามารถใช้หมายเลข Lot ในการตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้ค่ะ

Belotero (นอก)

ภายในของกล่อง ฟิลเลอร์ Belotero

4.ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ Sterile เช่นเดียวกับยี่ห้ออื่นค่ะ

5.ด้านในของ แพ็คเกจ จะประกอบไปด้วย ตัวยา เข็ม และ สติ๊กเกอร์เลขที่อ้างอิงค่ะ

6.ตัว Syringe จะมีแถบสีติดอยู่ ซึ่งจะตรงกับสีของกล่องค่ะ

7.บนตัว Syringe จะมี Lot serial No. จะต้องตรงกับสติ๊กเกอร์ที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ และตรงกับสติ๊กเกอร์หน้ากล่องด้วยค่ะ

8.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยาและข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาค่ะ

เลขที่อ้างอิง และ Lot ของ ผลิตภัณฑ์ของ Belotero สามารถ เช็คใน webside : merzclubthailand ค่ะ หรือ ทางเฟสบุ๊ค : Merz Aesthetics thailand สามารถติดต่อทางอินบ็อก ได้เลยค่ะ เบอร์โทรศัพท์ 02-229-9696

โดยมีบริษัทที่นำเข้าคือ  Merz Aesthetics (Thailand)

Belotero (ใน)

ฟิลเลอร์ Neuramis

ภายนอกของกล่องฟิลเลอร์ Neuramis

1.ด้านข้างนอก สติ๊ก QR Code จะมี สติ๊กเกอร์สีขาวระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงค่ะ  ซึ่งจะตรงกับ รายละเอียดที่ ระบุไว้บริเวณใต้กล่องค่ะ

2.ตัวกล่อง บริเวณด้านขวาของกล่องจะมีสติ๊กเกอร์ QR Code สะท้อนแสง โดยบนตัวสติ๊กเกอร์นั้นได้มีแถบคาดสีขาว ตำหนังสือสีแดงเขียนว่า Scratch here ไว้สำหรับขูดเพื่อแสกน QR Code สำหรับใช้ตรวขสอบกับบริษัทติดเอาไว้ค่ะ นอกจากนี้บนตัวสติ๊กเกอร์จะถูกพิมพ์ คำว่า Medy Celes ซึ่งเป็นชื่อของบริษัทนำเข้าติดไว้ด้วยค่ะ

Neuramis (นอก)

ภายในของกล่องฟิลเลอร์ Neuramis

3.ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ sterile พร้อมกับเอกสารคู่มือการใช้งาน เช่นเดียวกับยี่ห้ออื่นค่ะ

4.ด้านหลังของแพ็คเกจ จะมีสติ๊กเกอร์ระบุ  หมายเลข Lot , วันหมดอายุของยาติดเอาไว้ค่ะ

5.ด้านในของแพ็คเกจ จะประกอบด้วย หลอดยา เข็ม ที่สำคัญตัวหลอดจะถูกปิดด้วยหัวจุกสีเทาไว้เสมอค่ะ

6.บริเวณด้านข้างของตัวหลอด จะมี  หมายเลข Lot , วันหมดอายุของยาติดเอาไว้ค่ะ ซึ่งหมายเลขนี้จะตรงกันกับที่ติดไว้ในบริเวณอื่นค่ะ

7.มีเอกสารกำกับยา และข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เช่นเดียวกับยี่ห้ออื่นๆ ค่ะ

เลขที่อ้างอิง และ Lot ของ ผลิตภัณฑ์ของ Neuramis สามารถ เช็คในได้โดย สแกน QR Code หรือติดต่อโดยตรงผ่าน Line Official : @Medyceles ได้เลยค่ะ โดยมีบริษัทที่นำเข้าคือ  Medy Celes (Thailand)

Neuramis (ใน)

ฉีดฟิลเลอร์ต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่

โดยทั่วไปแล้วจะขึ้นอยู่กับใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์จะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างใบหน้า และคำนวณความเหมาะสมของปริมานที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลนั้น แตกต่างกัน ร่วมถึงความต้องการในปรับเปลี่ยนรูปหน้าที่ต่างกัน จึงไม่สามารถกำหนดปริมานที่ชัดเจนได้ค่ะ

โดยสรุปการฉีด ฟิลเลอร์ เพื่อแก้ไขปรับเปลี่ยนใบหน้านั้น สามารถเริ่มต้นฉีดได้ตั้งแต่ 1 – 2 cc จนถึง 20 cc เลยทีเดียวค่ะ

โดยจะแบ่งออกเป็นแต่ละ ตำแหน่งตามนี้ค่

  • ปริมาณฟิลเลอร์สำหรับแก้ปัญหาใต้ตา ร่องน้ำตา ถุงใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นดูตื้น อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยังทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตาดีขึ้นได้ โดยปริมานฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีดใต้ตานั้น เริ่มต้นที่ 1 – 4 cc ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้ด้วยค่ะ

  • ปริมาณฟิลเลอร์ สำหรับ jaw line เก็บกรอบหน้า

การฉีดฟิลเลอร์เก็บกรอบหน้า นิยมฉีดเพื่อแก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือกรอบหน้าไม่เข้ารูป ที่มักพบได้บ่อยในคนไข้ที่เคยผ่าตัดเสริมคาง เนื่องจากซิลิโคนคางไม่รับกับแนวกราม และในกลุ่มคนไข้ที่เคยจัดฟันค่ะ การฉีดเก็บกรอบหน้านั้นนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาแนวกรามไม่ได้รูปแล้ว ยังสามารถช่วยทำให้กรอบหน้าของเราคมชัด ดูมีมิติขึ้นได้ด้วยค่ะ ปริมานฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีด เริ่มที่ 1 – 4 cc สูงสุดที่ 6 cc ค่ะ

  • ปริมาณฟิลเลอร์สำหรับคาง

โดยส่วนใหญ่การฉีดฟิลเลอร์คางนั้น มักนิยมใช้ปริมานฟิลเลอร์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาน 1 – 2 cc ค่ะ สามารถใช้ได้ถึงสูงสุด 3 cc และนิยมใช้ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลแข็งมีความคงตัวสูง เพื่อให้สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน และไม่เกิดการไหลย้อยค่ะ การฉีดฟิลเลอร์คางนั้น ยังรวมไปถึงการฉีดในบริเวณใต้ริมฝีปากล่าง เพื่อปรับรูปทรงของคางไม่ให้ดูยื่นได้ด้วยค่ะ

  • ปริมาณฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีดแก้ม ยกแก้ม ยกกระชับ

ปัญหาร่องแก้มร่อง ส่งผลให้ใบหน้าแลดูแก่เกินวัย สามารถใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติได้ โดยเฉลี่ยจะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ประมาน 1 – 2 cc ค่ะ สามารถใช้ได้ถึงสูงสุด 6 ค่ะ ซึ่งนอกจากปัญหาร่องแก้มลึกแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ บริเวณแก้ม ยังสามารถฉีดเพื่อแก้ปัญหาแก้มตอบได้อีกด้วยค่ะ

  • ปริมาณฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีดปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปากนั้น นอกจากจะช่วยทำให้ปากดูอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นแล้ว ยังช่วยปรับเปลี่ยนรูปปาก ให้ได้สัดส่วน ดูเป็นธรรมชาติ และดูอ่อนกว่าวัยได้ด้วยค่ะ โดยทั่วไปแล้วการฉีกฟิลเลอร์ปากจะใช้ประมานฟิลเลอร์อยู่ 1 cc และสูงสุดที่ 2 cc ค่ะ

  • ปริมาณฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีดขมับ

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ นับเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ขมับบุ๋ม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น โหนกแก้มดูเด่นขึ้น โดยการปริมานของฟิลเลอร์ที่ใช้นั้น เริ่มต้นที่ 1 – 2 cc ไปจนถึง 5 cc ค่ะ

Filler ฉีดในจุดไหนได้บ้าง?

การฉีดสารเติมเต็มเพื่อแก้ไขปัญหา และเติมเต็มจุดบกพร่องต่าง ๆ บนใบหน้านั้น กลายเป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจริงอย่างเห็นได้ชัด เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ใช้เวลาในการฉีดฟิลเลอร์ไม่นาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งฟิลเลอร์สามารถช่วยทำให้ใบหน้าดูดีทุกมุมมอง หน้ามีมิติแลดูละมุนมากขึ้น ปรับหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้ หรือเสริมรูปหน้าให้มีกรอบหน้าที่ชัด โครงหน้าได้รูปมากยิ่งขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์นั้นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีประสบการณ์มากพอ ผลลัพธ์จึงจะออกมาดี และปลอดภัย โดยตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์นั้น มีดังนี้


• HA Filler ใต้ตา

สารเติมเต็มใต้ตา นวัตกรรมในการใช้สารเติมเต็มประเภท HA Filler แท้ ฉีดเข้าไปยังชั้นผิวหนัง ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ ตาลึก ขอบตาดำ มีถุงใต้ตาบวมใหญ่ โดยฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมเต็มบริเวณที่ฉีด พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่งผลทำให้บริเวณที่ฉีดกลับมาดูเต่งตึง มีน้ำมีนวล แลดูอ่อนเยาว์ ช่วยให้ใต้ตากระจ่างใส ดูไม่โทรม ใบหน้าดูสดใสขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องเมคอัพหนา ๆ เพื่อปกปิดอีกต่อไป ซึ่งฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นาน ให้ผลลัพธ์ที่ดี หลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ


• HA Filler คาง

อีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาคางสั้น หน้าสั้น คางเบี้ยว รวมถึงกรามที่ดูใหญ่ สามารถเลือกใช้บริการ Filler คาง (Chin Filler, Lower face Filler) ช่วยจัดการคางให้แลดูเรียวสวย ดูดีได้ในทุกมุมมอง โดยจะเป็นการฉีด HA Filler แท้ เข้าไปที่บริเวณคาง เพื่อเติมเต็มปรับทรงคางให้ได้รูปตามต้ตองการ และเหมาะสมกับโครงหน้าของแต่ละรายบุคคล ฟิลเลอร์คาง จะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น แลดูละมุนสวยมากยิ่งขึ้น ปรับโครงหน้าให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น เห็นกรอบหน้าชัดขึ้น มั่นใจได้ในทุกมุมมอง สำหรับคุณผู้ชายจะทำให้ดูคมเข้มมากยิ่งขึ้น โดยจะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ และเทคนิคในการฉีดของแพทย์ด้วยค่ะ


• HA Filler ปาก

การฉีดสารเติมเต็มปาก เป็นวิธีของการฉีดสารเติมเต็มประเภท HA filler แท้ เข้าไปบริเวณผิวหนังหรือจุดที่ต้องการรักษาจะช่วยให้บริเวณนั้นเกิดความชุ่มชื้น ปากดูอวบอิ่มมีน้ำมีนวล เพราะสารชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยอุ้มน้ำได้เป็นอย่างดี เสมือนเป็นการเติมน้ำเข้ามาในบริเวณชั้นผิวหรือจุดที่ได้รับการฉีด เนื่องด้วยร่างกายของเราเมื่ออายุมากทำให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน และสารเติมเต็มความชุ่มชื้นในผิวได้น้อยลง จึงเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวแห้ง ริมฝีปากหยาบกร้าน ลอกเป็นขุย เกิดริ้วรอยและร่องลึกจนเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้น ฟิลเลอร์ปาก ยังสามารถช่วยเติมเต็มร่องน้ำหมากให้ตื้นขึ้น ช่วยปรับรูปปากให้เป็นทรงกระจับสวย ไม่ว่าจะทั้งสายฝอ หรือสายเกา (หลี) โดยไม่ต้องผ่าตัด แก้ปัญหาปากเป็นร่อง ช่วยปรับรูปปาก แก้ปัญหาปากบาง ฟื้นฟูปากแห้ง ทั้งยังช่วยยกมุมปากได้อีกด้วย ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยให้ริมฝีปากดูฉ่ำวาว ผิวชุ่มชื้น Sexy Lips เพิ่มเสน่ห์ให้ริมปากสวยดึงดูดน่ามองมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ 

อันดับแรก คุณหมอจะทำให้ ประเมิน และวิเคราะห์ใบหน้าในบริเวณต่างๆ ที่คนไข้ต้องการเติม พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับชนิดของและ ปริมานของฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ ขั้นตอนนี้ ใช้เวลาประมาน 15 – 30 นาที ค่ะ

  • หากกรณีคนไข้มีอาการแพ้ยาชา ควรแจ้งคุณหมอก่อนค่ะ

ต่อมา ก่อนอื่นคุณหมอ จะทำการแปะยาชาเพื่อป้องกันอาการช้ำ หลังทำการฉีด ใช้เวลาประมาน 30 นาที – 1 ชม เพื่อให้ยาชาออกออกฤทธิ์ 

หลังจากนั้น คุณหมอจะทำการ ฉีดยาชา ทำการบล็อคเส้นประสาท บนใบหน้า คล้ายกับการฉีดยาชาก่อนถอนฟันนั่นเองค่ะ เพื่อให้ช่วงที่ทำหัตถการคนไข้รู้สึกสบายมากที่สุดคะ โดยฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 5 – 15 นาที ค่ะ

ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อยาชาออกออกฤทธิ์ แล้วคุณหมอจะทำการ ฉีดฟิลเลอร์ เข้าสู่ใบหน้าในบริเวณที่ต้องการเติมค่ะ โดยจะฉีดในชั้นผิวที่ต่างกันไปค่ะ ในชั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาน 15 นาที  – 1 ชม ขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ค่ะ. 

สรุปแล้ว

เนื่องจากใบหน้าของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันค่ะ จึงต้องให้แพทย์จะต้องทำการประเมินโครงสร้างใบหน้า และความต้องการในปรับเปลี่ยนรูปหน้าของคนไข้ก่อนจึงจะสามารถบอกถึงปริมานของการใช้ที่ต้องใช้ได้นั่นเองค่ะ\

ข้อปฏิบัติ /ข้อห้ามหลังฉีดฟิลเลอร์ 

ควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ เช่น แสงแดด ไดร์เป่าผม เตาหมูปิ้ง เตากระทะ รวมไปถึงการอาบน้ำอุ่น

  • ควรเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำการฟิลเลอร์ หรือทำการขัดถู รวมถึงงดการสครับผิว และลอกใบหน้า
  • ควร เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม. หลังจากการทำเติมสารเติมเต็มฟิลเลอร์
  • หลังการฉีดควรดื่มน้ำตามมากๆ เพราะ HA filler เป็นสารที่ชอบน้ำ การดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยให้ดูฟูสวยขึ้นอีกด้วยค่ะ
  • กรณีมีอาการบวม หรือเขียวช้ำ สามารถประคบเย็นได้เพื่อบรรเทาอาการบวม และควรหลีกเลี่ยงการกด หรือนวดบริเวณที่ทำการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 – 3 วัน
  • สามารถแต่งหน้าได้ ทันทีหลังการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในวันที่ทำการรักษา เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เพราะอาจะส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื่นตามไปด้วยค่ะ และการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงอาจทำให้สารฟิลเลอร์เสียรูปอีกด้วย
  • กรณีมีอาการปวดเล็กน้อยบริเวณที่ทำการฉีด สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดได้ค่ะ
  • งดการทำหัตการใดๆ รวมถึงเลเซอร์อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังการรักษา และควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ ด้วย
  • รอยเขียวช้ำจะหายไปได้เองภายใน 5 – 14 วัน
  • งดนวดหน้า กดแรงๆ บริเวณที่เติม 2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์ที่ดีคุณหมอจะวางถูกตำแหน่งไม่มีบวมหรือให้นวดหลังฟิลเลอร์นะคะ
  • ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหลังการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเขียวช้ำมากขึ้น

HA Filler อันตรายไหม?

ถึงแม้ในปัจจุบันเรื่องของสารเติมเต็ม จะเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็นิยมเลือกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาใบหน้า ผิวพรรณ แต่ก็ยังมีคนที่กังวลไม่กล้าเลือกใช้วิธีการฉีดฟิลเลอร์ เกรงว่าจะอันตราย หรือส่งผลข้างเคืองร้ายแรงหรือไม่? วันนี้มาไขข้อข้องใจกันค่ะ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักฟิลเลอร์ชนิดนี้กันก่อนนะคะ HA Filler แท้ คือ สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid เป็นสารเติมเต็มชนิดกึ่งถาวร สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยไม่มีการตกค้าง ซึ่ง HA เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายของเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ผจญกับสภาพแวดล้อมและมลภาวะมากมาย เกิดการเสื่อมและลดลง การฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นการเข้าไปช่วยทดแทนของเดิมที่หายไป ผิวเรียบเนียนคืนความอ่อนเยาว์ให้กลับมา สุขภาพดี ทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้อีกด้วย ผิวจึงเต่งตึง กระชับ กระจ่างใส คืนความสดใสให้กับผิว หากเป็น HA Filler แท้ จึงแทบไม่เกิดปัญหา หรือผลข้างเคียงเลย หากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วไม่พอใจสามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ง่าย รวดเร็ว สะดวก ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
อีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ แพทย์ผู้ทำหัตถการ ต้องเป็นแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ และมีประสบการณ์มากพอ จึงจะสามารถเข้าใจปัญหา และวิเคราะห์สภาพผิวได้ถูกต้อง รวมถึงสามารถวางตำแหน่งของฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์จึงออกมาดีและปลอดภัย หากแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ หรือมีประสบการณ์ไม่มากพอ อาจทำให้ฉีดเข้าผิดตำแหน่ง พลาดถูกเส้นเลือด ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้

    ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี จึงควรต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนว่าที่ใช้เป็น HA Filler แท้ ไม่ใช่ซิลิโคนเหลว ไม่ใช่ฟิลเลอร์ปลอม หรือเป็นฟิลเลอร์ไม่บริสุทธิ์ โดยการขอตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ ดูเลขการผลิต ฟิลเลอร์ต้องสามารถตรวจสอบกับโรงงานที่ผลิตได้ ควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์และคลินิกที่ได้มาตรฐานสามารถตรวจสอบใบอนุญาตได้ ไม่ใช่หมอกระเป๋าที่หิ้วอุปกรณ์ไปฉีดตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลที่อ้างตนว่าเป็นหมอ สวมรอยมาทำหัตถการให้ โดยใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องรวมถึงใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ HA Filler แท้ มาฉีดเข้าสู่ร่างกายเรา นอกจากนั้นการดูรีวิวจากคนไข้จริงประกอบการตัดสินก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ อีกประการหนึ่ง การเข้าพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาก็จะช่วยให้เราได้เห็นภาพรวมของแพทย์ คลินิก และพนักงานผู้ให้บริการ ว่ามีมาตรฐานคุณภาพเป็นมืออาชีพมากพอหรือไม่ ทั้งยังช่วยให้แพทย์ได้เห็นสภาพปัญหา และสภาพผิวจริงของคนไข้เพื่อการประเมินที่ถูกต้อง แม่นยำ รวมถึงให้คำแนะนำในเรื่องของบริเวณที่สามารถทำฟิลเอร์ได้และบริเวณไหนที่ทำไม่ได้ พร้อมทั้งสามารถสอบถามถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ของฟิลเลอร์ได้อีกด้วย
หากเราศึกษาข้อมมูลมาอย่างดีแล้วพบว่าสารเติมเต็มที่ใช้เป็น HA Filler แท้ และแพทย์มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มากพอ จึงแทบไม่ต้องกังวลเลยว่าจะมีผลข้างเคียงร้ายแรงเกิดขึ้น เพราะถ้าหากทุกองค์ประกอบได้คุณภาพ มีมาตรฐานที่สามารถตรวจสอบได้ เราก็สามารถมั่นใจได้อย่างแน่นอนว่าผลลัพธ์จะออกมาดี และปลอดภัย ฉะนั้น หากใครยังกังวลอยู่ ลองพิจารณาตามข้อมูลข้างต้นที่ได้กล่าวมาดูนะคะ เพื่อความมั่นใจ และความสบายใจของเรา

    สารเติมเต็มถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีการปรนนิบัติผิวที่ดีและเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ดังนั้นจึงเหมาะกับบุคคลที่ต้องการดูแลผิว ไม่ว่าจะเป็น ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอกระจ่างใส ทำให้ผิวเต่งตึงกระชับไม่หย่อนคล้อย แก้ปัญหาร่องลึกเติมเต็มให้อิ่มฟู ผิวดูสุขภาพดี ฉ่ำวาว แลดูอ่อนเยาว์ สดใส ใบหน้าไม่โทรม รวมไปถึงสามารถช่วยปรับโครงหน้าได้อีกด้วย อาทิ แก้ปัญหาหน้าผากแบน หน้าผากแคบ ปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น โครงหน้าได้สัดส่วน แก้ปัญหาคางตัด คางสั้น ให้ได้รูป รับกับใบหน้าทุกสัดส่วน ดังนั้น ฟิลเลอร์ จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีและมีประสิทธิภาพมากอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะเข้ามาช่วยดูแลจัดการปัญหาของเราได้อย่างเห็นผลชัดเจน

หากยังตัดสินใจไม่ได้ว่า สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอของเราได้ฟรีเลยค่ะ ยินดีให้บริการค่า

DoctorMekClinic-Button-Share