ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

ระหว่างการ ฉีดฟิลเลอร์ กับการ ฉีดไขมัน เป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เพราะทั้งการ ฉีดฟิลเลอร์ และการ ฉีดไขมัน ต่างก็เป็นการฉีดสารเติมเต็มเหมือนกัน แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำให้ ฉีดฟิลเลอร์ ในขณะแพทย์บางท่านก็แนะนำให้ฉีดไขมัน งั้นเราลองมาดูข้อแต่งต่าง ข้อดีและข้อเสีย ของการฉีดไขมัน และ ฟิลเลอร์ กันค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน ข้อดี ข้อเสีย ฉีดไขมัน

ข้อดีของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

1. ราคาต่อซีซีดูเหมือนจะถูกกว่า

2. เพราะเป็นการใช้ไขมันตัวเอง เหมือนจะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ แต่ไขมันที่ถูกนำออกไปอย่างรวดเร็วนั้น เมื่อร่างกายเกิดช่องว่างในชั้นไขมัน ก็จะมีการสะสมไขมันเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

3.หากได้ไขมันที่มีสเตมเซลล์ที่ดี ก็จะช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นกระจ่างใส ลดรอยยับและปัญหารูขุมขน

ข้อเสียของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

1. เจ็บซ้ำซ้อน เพราะต้องดูดไขมัน(FAT Filler)ของเราออกมาก่อน

2. สสารของไขมัน (FAT Filler) จะมีขนาดใหญ่กว่าสาร HA Filler ฉนั้น
การฉีดไขมันจะต้องใช้เข็มที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็จะทำให้เจ็บมากกว่า และด้วยเข็มที่ใหญ่กว่า โอกาสที่จะแทงทะลุเข้าเส้นเลือดก็มีมากกว่าเช่นกัน

3. การฉีดไขมัน (FAT Filler)ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า HA Filler

4. หากว่าร่างกายของเราผอมมากๆ หรือวัยของเรามากขึ้น ไขมัน (FAT Filler) ที่ได้จะมีคุณภาพที่ไม่ค่อยดีพอที่จะนำมาใช้

5. เมื่อได้ไขมัน (FAT Filler)ที่ไม่มีคุณภาพ ไขมันบางเซลล์จะมีโอกาสตายและลดลงได้ มีงานวิจัยนึงของเกาหลี เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของไขมัน เมื่อฉีดเข้าไป ภายใน 3 เดือน จาก 100% จะลดลงไปเหลือเพียงแค่ 20% เท่านั้น

6. การฉีดไขมัน (FAT Filler)เข้าไปในร่างกายของเรามีโอกาสทำให้เกิดตาบอดมากกว่า HA Filler (มีผลการวิจัยรับรองจาก Literature Review)

 

ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน ข้อดี ข้อเสียว ของ การฉีดฟิลเลอร์

ข้อดีของการฉีด HA Filler (Hyaluronic acid filler)

1. เจ็บน้อยกว่า และไม่เกิดแผลเป็น

2. ไม่มี Downtime หรือมีก็น้อยมาก และหากได้รับการฉีดโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ รับรองความปลอดภัยได้เลย

3. การฉีด HA Filler แทบไม่ต้องพักฟื้น

4. การฉีด HA Filler จะใช้เวลาน้อย เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด

5. สาร HA Filler มีโมเลกุลหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีและดูเนี้ยบกว่ามาก

6. Hyaluronic acid ปลอดภัยมาก เป็นสารชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสที่จะแพ้จึงน้อยมากๆๆ โดยคนที่แพ้ฟิลเลอร์มักเกิดจากแพ้ยาชาในฟิลเลอร์มากกว่า แต่ถ้าเคยฉีดยาชาถอนฟันแล้วไม่แพ้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นยาชนิดเดียวกัน

ข้อเสียของการฉีด HA Filler (Hyaluronic acid filler)

1. HA Filler ราคาต่อซีซี ค่อนข้างสูงกว่า FAT Filler แต่บางเคสที่ฉีดไขมัน(FAT Filler) ไปแล้วสลายหายไปหมดเลยก็มี [ถึง HA Filler จะแพงกว่า แต่มีความคุ้มค่ามากกว่า]

2. บางรายอาจมีอาการเจ็บ ,ปวด ,บวม หรือ คัน แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1ถึง2 วัน

 

สรุปว่าทั้ง การฉีดฟิลเลอร์ และ การฉีดไขมัน ก็มีข้อแตกต่างกันไป คนไข้ส่วนมากมักจะสับสนเรื่องนี้ และกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการเติมเต็มทั้งสองประเภทนี้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นนะค่ะ

 

อยากรู้ว่า ฉีดไขมันหน้าพัง เพราะอะไร ? ไขข้อข้องใจที่ไม่มีใครเคยบอก คลิก

DoctorMekClinic-Button-Share

error: Content is protected !!