รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ อย่างไรให้หายได้จริง ?

รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ อย่างไรให้หายได้จริง ?

รักษาฝ้า กระ อย่างไรให้ได้ผลจริง ? ปัญหาฝ้า และกระ เป็นอะไรที่คอยกวนใจผู้หญิงอย่างเราๆ อยู่ไม่น้อยเลยนะคะ เพราะเมื่อเป็นแล้วจะรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ ออกไปไหนก็อายผู้คน ทั้งแต่งหน้าก็กลบไม่อยู่ ซ้ำแล้วบางคนเป็นมาตั้งแต่เด็ก รักษาอย่างไรก็ไม่หายสักที เอาล่ะค่ะ สำหรับใครที่กำลังคิดว่าไม่มีทางเอาชนะเจ้าศัตรูตัวร้ายนี้ได้ล่ะก็ วันนี้แอดมินมีทริกดีๆ สำหรับสู้กับฝ้า กระ จุดด่างดำตัวปัญหามาแนะนำทุกคนกันค่ะ 

ก่อนอื่นเลย ฝ้า กับ กระ เหมือนกันไหม ?

หลายคนอาจสงสัยว่าตัวเองกำลังเป็น “ ฝ้า ” หรือ “ กระ ” กันแน่ ? เพราะหากมองเผินๆ แล้วทั้งคู่ก็ดูเหมือนๆ หรือคล้ายกันมากๆ เลย ซึ่งจริงๆแล้ว ฝ้า กับ กระ นั้น จัดว่าเป็นคนละโรคกันเลยค่ะ โดยจะแตกต่างกันตรงที่ฝ้านั้นมีลักษณะเป็นปื้น ส่วนกระนั้นมีลักษณะเป็นจุดนั่นเองค่ะ ทั้งนี้หากยังสงสัย หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นแบบฝ้าหรือกระกันแน่นั้น แอดมินแนะนำให้ลองพิจารณาดูตามข้อมูลด้านล่างนี้ค่ะ

ฝ้า คืออะไร ? มีกี่ประเภท

ฝ้า คืออะไร ? และมีกี่ประเภท

ฝ้า นั้นโดยส่วนมากจะมีลักษณะเป็นรอยแผ่นใหญ่ๆ มีทั้งสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีดำเข้ม โดยมักจะเกิดที่บริเวณโหนกแก้ม หรือหน้าผาก รวมถึงบริเวณที่ผิวโดนแสงแดดอยู่บ่อยๆ ค่ะ ทั้งนี้ ฝ้ายังสามารถแบ่งฝ้าออกได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้ 

ฝ้าตื้น : ลักษณะสีน้ำตาลเข้ม อยู่ในผิวชั้นนอกสุด ( ชั้นหนังกำพร้า )

ฝ้าลึก : ลักษณะสีน้ำตาลอ่อน ไปจนถึงสีน้ำตาลอมเทา อมม่วง อยู่ในผิวชั้นลึก ( ชั้นหนังแท้ )

ฝ้าผสม : ฝ้าตื้น และฝ้าลึกผสมกันค่ะ

กระ คืออะไร มีกี่ประเภท

กระ คืออะไร ? และมีกี่ประเภท

สำหรับ กระ นั้น จะมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาล โดยกระจายอยู่ตามโหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก และเหนือริมฝีปาก รวมถึงบริเวณที่ผิวโดนแสงแดดบ่อยๆ ค่ะ โดยกระนั้นจะสามารถแบ่งชนิดของกระได้ออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้ค่ะ

กระตื้น : ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลกระจายไปทั่วตามผิวหน้า และยังแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 

1.Freckie มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเข้ม เมื่อเวลาผิวโดนแดดจะเห็นเป็นจุดเข้มขึ้นมาอย่างชัดเจน และเมื่อผิวไม่โดนแดดสีจะจางลงไปเองค่ะ

2.Solar Lentigo หรือที่นิยมเรียกว่า กระแดด โดยมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งจะแตกต่างจากข้อที่ 1 ตรงที่เมื่อเวลาเราไม่ได้โดนแดดเป็นเวลานานๆ รอยจะไม่จางลงค่ะ นอกจากนี้เมื่อเวลาผ่านไปยังเพิ่มจำนวนขึ้นอีกด้วย

กระลึก : ลักษณะเป็นจุดสีเทา อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง

กระเนื้อ : ลักษณะเป็นก้อนเนื้อนูนออกมาจากผิว มีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีดำเข้ม อาจมีทั้งผิวแบนเรียบ หรือผิวขรุขระ

สาเหตุหลักของการเกิดฝ้า กระ

สาเหตุหลักของการเกิดฝ้า กระ

อย่างที่ทุกคนเข้าใจว่า แสงแดด เป็นตัวการก่อให้เกิดปัญหาฝ้าและกระแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นกระตุ้นร่วมด้วย 

1.แสงแดด 

เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาฝ้าและกระมากที่สุดค่ะ และยิ่งหากเราตากแดดเป็นเวลานาน รังสีอุลตร้าไวโอเลตจะยิ่งกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ให้มีการสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติมากขึ้น จนเกิดเป็นจุดด่างดำ ฝ้า กระ คอยรบกวนใจเรานั่นเองค่ะ

2.กรรมพันธุ์

หากมีบุคคลภายในครอบครัวของเราเป็นฝ้าหรือกระ นั้น มีโอกาสที่เราจะเป็นด้วยนั้นสูงถึง 20-50 % เลยทีเดียวค่ะ ซึ่งในบางกรณีนั้นสามารถพบได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

3.ฮอร์โมน

ฮอร์โมนมีส่วนทำให้เกิดฝ้าและกระได้เช่นกันค่ะ โดยเฉพาะในผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายถึง 80 % อันเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนของเพศหญิงนั้นมีความเปลี่ยนแปลงสูงกว่าของผู้ชายนั่นเอง จึงเป็นเหตุให้ผู้หญิงเกิดจุดด่างดำบนใบหน้าได้ง่ายกว่าผู้ชายค่ะ และจะยิ่งพบมากในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หรือรับประทานยาคุมกำเนิดค่ะ

4.สีผิว

พบว่าคนที่มีผิวขาวมีแนวโน้มจะเกิดฝ้าและกระได้มากกว่าคนที่มีผิวคล้ำค่ะ เพราะคนผิวขาวมีสารเมลานินในผิวค่อนข้างน้อย และเมื่อเผชิญกับแสงแดดจะเกิดเป็นจุดด่างดำ ฝ้า กระ อย่างเห็นได้ชัดค่ะ

5.เครื่องสำอาง

อย่างที่เตือนกันไว้ว่า ควรทำการทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้ทุกครั้ง เนื่องจากบางคนแพ้ส่วนผสมบางชนิดที่มีในเครื่องสำอาง เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ เป็นต้น และโดยเฉพาะหากเป็นครีมที่หลอกขายตามท้องตลาดทั่วไป ก็มักจะมีส่วนผสมของ สารปรอท สเตียรอยด์ ฯลฯ ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบ ไวต่อแสงแดดจนหน้าหมองคล้ำ และผิวบางจนเกิดเป็นฝ้ากระตามมาได้ค่ะ 

6.ร่างกายขาดวิตามิน

พบว่าคนที่ร่างกายขาดวิตามินบางตัว อย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินบี12 วิตามินซี เป็นต้น ทำให้เม็ดสีเมลานินในผิวทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ผิวพรรณไม่สดใส เกิดจุดด่างดำได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

วิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ 

วิธีป้องกันการเกิดฝ้า กระ 

1.หมั่นทาครีมกันแดดหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง โดยทริคในการเลือกครีมกันแดดนั้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า SPF และ PA++ ควบคู่กันไป และยิ่งมีค่าตัวเลขมากเท่าไร ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดมากขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าสูงๆ มักก่อให้เกิดอาการระคายเคือง จนสิวอาจกำเริบได้ ดังนั้นแนะนำให้เลือกค่าที่เหมาะกับสภาพผิว และกิจกรรมที่ทำก็เพียงพอแล้วค่ะ

2.นอกจากใช้ครีมกันแดดแล้ว การใช้ครีมรักษาฝ้ากระ ก็เป็นการช่วยลดการสร้างเม็ดสี และป้องกันผิวจากแสงแดดได้อีกทางค่ะ

3.ควรหยุดรับประทานยาคุมกำเนิด และหันมารักษาฝ้า กระ บนใบหน้าเสียก่อนค่ะ เพราะหากปล่อยไว้นานจนเป็นมากๆ จะรักษาได้ยาก

4.รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มาจากธรรมชาติ เช่น มะเขือเทศ ฝรั่ง แครอท ส้ม ข้าวโพด ไข่ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ผักใบเขียว ฯลฯ เนื่องจากสารอนุมูลอิสระจะช่วยชะลอผิวหนังไม่ให้แก่กว่าวัย และที่สำคัญช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวจากรังสียูวีได้อีกด้วยค่ะ

5.ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งจะยิ่งเป็นการช่วยรักษาฝ้า กระให้ได้ผลเร็วยิ่งขึ้นค่ะ

วิธีรักษาฝ้า กระ ให้ได้ผลจริง !

หากเมื่อเป็นแล้วอย่าได้เพิ่งวิตกกังวลไปค่ะ เพราะปัจจุบันมีวิวัฒนาการในการรักษาฝ้า กระ ให้จางลงได้อย่างง่ายดาย และไม่กลับมาเข้มขึ้นอีกด้วย มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีวิธีใดบ้างที่ช่วยทำให้ ฝ้า และ กระ จางหายไปได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลารอนาน

วิธีรักษาฝ้า กระ ( แบบตื้น )

เนื่องจากฝ้า กระ แบบตื้นนั้น เกิดขึ้นบริเวณผิวหนังชั้นนอกหรือผิวหนังกำพร้า เพียงแค่ใช้ยาทาที่มีส่วนผสมในการผลัดเซลล์ผิวก็จะช่วยทำให้รอยจางลงได้ค่ะ

ครีมบำรุง
แนะนำให้เลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ AHA, VitaminC, Arbutin, กรด Kojic ซึ่งสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ดำคล้ำ และลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระให้จางลงได้ แต่ทั้งนี้อาจต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยนะคะ

วิธีรักษาฝ้า กระ ( แบบลึก )

การรักษาฝ้า กระ ในระดับนี้ หากทาเพียงแค่ยาอาจไม่ค่อยได้ผลมากเท่าไร ถึงแม้จะรักษาอย่างต่อเนื่องก็ตาม เนื่องจากเป็นรอยที่ค่อนข้างฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนัง จึงต้องใช้แสงเลเซอร์ หรือสารเคมีเข้าช่วยค่ะ

1.ลอกฝ้า
การลอกฝ้าสามารถช่วยลดรอยจุดด่างดำ และฝ้าได้เช่นกันค่ะ โดยหลังจากการลอกหน้าจะมีการผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้ในระยะแรกผิวอาจจะลอกเป็นขุยๆ และเวลาต่อมาจะมีการผลักดันเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน จึงเป็นผลทำให้จุดด่างดำ และฝ้าแลดูจางลง รวมถึงผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้น แต่ทั้งนี้ผลการรักษาอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยค่ะ

2.เลเซอร์ฝ้า กระ

การใช้เลเซอร์ เรียกได้ว่าเป็นการรักษาได้อย่างตรงจุด และเห็นผลได้เร็วที่สุดเลยค่ะ รอยต่างๆ จะค่อยๆ จางลงตามจำนวนครั้งที่ทำ โดยคนไข้ส่วนใหญ่จะเห็นผลทันทีในครั้งแรกหลังทำค่ะ สำหรับคนที่เป็นฝ้า กระ ขั้นรุนแรง หรือรักษามานานไม่หายสักที อาจเลือกรักษาด้วยเครื่อง PicoSure Laser เลเซอร์จาก U.S.A. ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการกำจัดจุดด่างดำ ฝ้า กระ ได้อย่างล้ำลึก พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไม่ทำให้ผิวเกิดรอยไหม้เหมือนกับเลเซอร์รุ่นอื่นๆ ค่ะ 

รักษาฝ้า กระ ที่ไหนดี ? ทำไมต้องที่ Doctor Mek Clinic 

รักษาฝ้า กระ ที่ไหนดี ? ทำไมต้องที่ Doctor Mek Clinic 

รักษาฝ้าที่ไหนดี เลเซอร์กระ ที่ไหนดีนะ ? ” ได้เวลาหมดคำถาม จบความสงสัย !! เพราะวันนี้ Doctor Mek Clinic มีนวัตกรรมใหม่เอี่ยมจากอเมริกา รักษาฝ้า กระ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูง ด้วยเครื่องเลเซอร์ PicoSure ( พิโค่ชัวร์ ) โดยจะใช้พลังงานแสงความถี่ออกมาด้วยความเร็วสูงถึงระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที  ( Picosecond ) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติไปถึงชั้นผิวหนังระดับลึก พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส แลดูอ่อนกว่าวัย และที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดความร้อนเหลือไว้ที่ใต้ชั้นผิวนาน จึงไม่ส่งผลทำให้ผิวเกิดรอยไหม้ หรือมีรอยแผลเหมือนกับเลเซอร์รุ่นเก่าๆ ค่ะ PicoSure จึงกลายมาเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่คนไข้นิยมเลือกใช้ในการรักษาฝ้า กระ กันมากในปัจจุบัน 

นอกจากรักษาปัญหาฝ้า กระ PicoSure ยังสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผิวได้อีกด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ คลิ๊ก >

Pico คืออะไร ? Pico Laser ที่ไหนดี ทำไมต้องที่ Doctor Mek Clinic