ฉีดไขมันที่หน้า ข้อเสีย อะไรบ้าง ? 

วันที่อัพเดตล่าสุด

ฉีดไขมันที่หน้า ข้อเสีย อะไรบ้าง ? 

ฉีดไขมันหน้าพัง เพราะอะไร ไขข้อข้องใจที่ไม่มีใครเคยบอก ตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์กันเลยทีเดียวสำหรับการ ฉีดไขมัน หรือ Fat filler , Fat transfer วันนี้เรานำความรู้จากวิจัยและไขข้อข้องใจกับคำถามฮิตที่ถามกันมามากที่สุดช่วงนี้ ว่า “ ฉีดไขมันที่หน้า ข้อเสีย อะไรบ้าง ? ”

ฉีดไขมันหน้า คืออะไร ?

การ ฉีดไขมันหน้า เป็นการปลูกถ่ายไขมัน (Autologous fat grafting) คือดูดไขมันจากที่หนึ่งไปเติมอีกที่เพื่อหวังว่าเซลล์ไขมันที่ดูดไปนั้น จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ เปรียบเสมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่งเลย

ฉีดไขมันหน้า อยู่ได้นานไหม

ซึ่งวิจัยหลายๆ ที่สรุปผลมาเหมือนกันว่า อัตราการติดของไขมันหน้านั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและ ไม่สามารถทำนายคาดการณ์ได้ (variable and unpredictable) โดยส่วนใหญ่การติดของไขมันจะอยู่เพียง 10 – 15% เท่านั้น ต่อการเติมหนึ่งครั้ง จึงเป็นสาเหตุให้การเติมไขมันมักเติมในปริมาณที่มาก หน้าจึงบวมมากหลังทำหัตถการ โดยที่ว่า ฉีดไขมันหน้า บวมกี่วันนั้น จะขึ้นอยู่กับเทคนิคและ ปริมาณไขมันที่เติม ส่วนใหญ่จะบวมประมาณ 15 – 30 วัน และเคสที่มีประสบการณ์การฉีดไขมันหน้าส่วนใหญ่บอกว่ามักจะหายไปในเวลา 2 – 3 เดือนด้วย

ฉีดไขมันหน้าพัง เพราะอะไร

ต้องบอกว่าเป็นคำถามฮิตจริงๆ เพราะการ ฉีดไขมันหน้าพัง ในความหมายของหลายๆเคส คือมีผิวหน้าขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ ฉีดไขมันหน้าพัง ผิวเป็นคลื่น นั่นก็เพราะไขมันปลูกถ่ายติดไม่เท่ากัน บางจุดติด บางจุดไม่ติด รวมถึงการฝ่อตัวสลายของเซลล์ไขมันที่ไม่พร้อมกันด้วย จึงมีหลายเคสที่บอกว่าหน้าบุ๋มลงบางจุด บางตำแหน่งนูนจนเสียความมั่นใจกันเลยทีเดียว

 

ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน

ระหว่างการ ฉีดฟิลเลอร์ กับการ ฉีดไขมัน เป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เพราะทั้งการ ฉีดฟิลเลอร์ และการ ฉีดไขมัน ต่างก็เป็นการฉีดสารเติมเต็มเหมือนกัน แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำให้ ฉีดฟิลเลอร์ ในขณะแพทย์บางท่านก็แนะนำให้ฉีดไขมัน งั้นเราลองมาดูข้อแต่งต่าง ข้อดีและข้อเสีย ของการฉีดไขมัน และ ฟิลเลอร์ กันค่ะ

FAT Filler (ฉีดไขมัน) คืออะไร

การ ฉีดไขมันหน้า เป็นการปลูกถ่ายไขมัน (Autologous fat grafting) คือดูดไขมันจากที่หนึ่งไปเติมอีกที่เพื่อหวังว่าเซลล์ไขมันที่ดูดไปนั้น จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ เปรียบเสมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่งเลย

ข้อดีของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. ราคาต่อซีซีดูเหมือนจะถูกกว่า
  2. เพราะเป็นการใช้ไขมันตัวเอง เหมือนจะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ แต่ไขมันที่ถูกนำออกไปอย่างรวดเร็วนั้น เมื่อร่างกายเกิดช่องว่างในชั้นไขมัน ก็จะมีการสะสมไขมันเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ฉีดไขมันที่หน้า ข้อเสีย (FAT Filler)

  1. เจ็บซ้ำซ้อน เพราะต้องดูดไขมัน(FAT Filler)ของเราออกมาก่อน
  2. สสารของไขมัน (FAT Filler) จะมีขนาดใหญ่กว่าสาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ฉะนั้น การฉีดไขมันจะต้องใช้เข็มที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็จะทำให้เจ็บมากกว่า และด้วยเข็มที่ใหญ่กว่า โอกาสที่จะแทงทะลุเข้าเส้นเลือดก็มีมากกว่าเช่นกัน
  3. การฉีดไขมัน (FAT Filler)ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)
  4. หากว่าร่างกายของเราผอมมากๆ หรือวัยของเรามากขึ้น ไขมัน (FAT Filler) ที่ได้จะมีคุณภาพที่ไม่ค่อยดีพอที่จะนำมาใช้
  5. เมื่อได้ไขมัน (FAT Filler) ที่ไม่มีคุณภาพ ไขมันบางเซลล์จะมีโอกาสตายและลดลงได้ มีงานวิจัยนึงของเกาหลี เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของไขมัน เมื่อฉีดเข้าไป ภายใน 3 เดือน จาก 100% จะลดลงไปเหลือเพียงแค่ 20% เท่านั้น
  6. การฉีดไขมัน (FAT Filler)เข้าไปในร่างกายของเรามีโอกาสทำให้เกิดตาบอดมากกว่า HA Filler (มีผลการวิจัยรับรองจาก Literature Review)

 HA ฟิลเลอร์ คือ อะไร

ฟิลเลอร์นั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้อาจเกิดจากการแพ้ยาชา ซึ่งถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย

Hyaluronic Acid คืออะไร ?

Hyaluronic Acid คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ข้อดีของการฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)

  1. เจ็บน้อยกว่า และไม่เกิดแผลเป็น
  2. แก้ปัญหาใต้ตาได้ครบ ทั้ง ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ตาโหลลึก และ ถุงใต้ตา
  1. ไม่มี Downtime หรือมีก็น้อยมาก และหากได้รับการฉีดโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ รับรองความปลอดภัยได้เลย
  2. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) แทบไม่ต้องพักฟื้น
  3. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) จะใช้เวลาน้อย เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด
  4. สาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) มีโมเลกุลหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีและดูเนี้ยบกว่ามาก
  5. Hyaluronic acid ปลอดภัยมาก เป็นสารชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสที่จะแพ้จึงน้อยมากๆๆ โดยคนที่แพ้ฟิลเลอร์มักเกิดจากแพ้ยาชาในฟิลเลอร์มากกว่า แต่ถ้าเคยฉีดยาชาถอนฟันแล้วไม่แพ้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นยาชนิดเดียวกัน

ข้อเสียของการฉีด HA Filler (Hyaluronic acid filler)

  1. HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ราคาต่อซีซี ค่อนข้างสูงกว่า FAT Filler แต่บางเคสที่ฉีดไขมัน(FAT Filler) ไปแล้วสลายหายไปหมดเลยก็มี [ถึง HA Filler จะแพงกว่า แต่มีความคุ้มค่ามากกว่า]
  2. บางรายอาจมีอาการปวด ,บวม แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 วัน

สรุปว่าทั้ง การฉีดฟิลเลอร์ และ การฉีดไขมัน ก็มีข้อแตกต่างกันไป คนไข้ส่วนมากมักจะสับสนเรื่องนี้ และกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการเติมเต็มทั้งสองประเภทนี้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นนะค่ะ

 

เคสอุทาหรณ์ ประสบการณ์ ฉีดไขมัน แล้วหน้าพัง!!  รีวิวจากคนไข้จริง

ก่อนอื่นเลย ต้องขอขอบคุณ คุณขวัญ มากๆ เลยค่ะ ที่ช่วยมาแชร์ประสบการณ์ให้แอดมินฟังค่ะ

ความเดิมเมื่อประมาน 1 ปีก่อน

คุณขวัญ ได้ไปทำตา 2 ชั้นมาค่ะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณขวัญ พบว่าบริเวณใต้ตานั้นเกิดถุงขึ้น คุณขวัญ จึงได้ทำการปรึกษาคุณหมอท่านแรก เกี่ยวกับอาการดังกล่าว ซึ่งคุณหมอท่านนั้น ได้แนะนำให้คุณขวัญ ทำการฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มถุงใต้ตา ซึ่งเมื่อคุณขวัญทำการฉีดไขมันบริเวณใต้ตามาแล้ว เกิดอาการบวม อย่างรุนแรง บริเวณที่ทำการฉีดไขมัน 

 

ในช่วงแรกคุณหมอท่านดังกล่าวได้ บอกกับคุณขวัญ ว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการฉีดไขมัน  และจะค่อยๆ หายไปเอง จนเมื่ออาการบวมเริ่มหาย คุณขวัญพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ ผิวบริเวณใต้ตา เป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน และยังเห็นชัดมากๆ ด้วยค่ะ ในตอนนั้น คุณขวัญ เข้าใจว่าอาการดังกล่าวคงอยู่เพียงไม่นาน และคงหายไปได้เองเหมือนอาการบวม

 

คุณขวัญ จึงรอปล่อยให้อาการดังกล่าวหายไปเองจน 3 เดือน ผ่านไปกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย คุณขวัญ จึงแจ้งปัญหาดังกล่าวกับคุณหมอท่านเดิม และขอวิธีแก้ไข คุณหมอท่านนั้นได้แนะนำให้ คุณขวัญผ่าตัดขูดเอาไขมันที่เติมเข้าไปในบริเวณใต้ตาออก ซึ่งคุณขวัญ ตกลงยอมทำการขูดออก 

 

แต่เมื่อทำการนำไขมันออกแล้ว ใบหน้าของคุณขวัญ กลับยังไม่ดีขึ้นเลย และยังคงเป็นรอยลึก เป็นคลื่นค่ะ ในช่วงแรกคุณขวัญ เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด เหมือนครั้งก่อนค่ะ

 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณขวัญ พบว่าอาการยังคงเหมือนเดิม และไม่ดีขึ้น คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกที่ทำ คุณ…. ได้เข้าไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอท่านที่ 2 

 

คุณหมอท่านที่ 2 ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ให้คุณขวัญ ได้ฟัง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ยังคงมีไขมันที่ได้ทำการฉีดไปในตอนแรก เหลืออยู่จึง ทำให้บริเวณใต้ตาของคุณขวัญ  ยังคงไม่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ คุณหมอท่านดังกล่าว ได้แนะนำให้ คุณขวัญ ทำการผ่าตัดอีกครั้ง 

 

เพื่อนำไขมันที่เหลือออกจนหมด ซึ่งหลังจากทำการผ่าตัดนำไขมันออกอีกครั้ง คุณขวัญ กลับพบว่า บริเวณใต้ตายังคงเหลือไขมันอยู่ในบริเวณ หางตาด้านซ้าย และหัวตาด้านขวา ทำให้เวลาที่ คุณขวัญ ยิ้ม ผิวจะเกิดอาการยุบลงอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ บริเวณใต้ตายังมีอาการดำคล้ำ และเหี่ยวย่นด้วย

 

คุณขวัญ จึงได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอท่านเดิมอีกครั้ง คุณหมอจึงแนะนำให้ทำการฉีด HA ฟิลเลอร์ แทนเพื่อเติมเต็มและแต่งใต้ตาที่มีปัญหาให้กลับมาเรียบเนียนขึ้น คุณขวัญ จึงตัดสินใจตกลง ฉีดฟิลเลอร์ (ไม่ได้ฉีดกับทางเรานะคะ) โดยครั้งแรกทำการฉีดไปก่อน 1 CC แต่คุณขวัญ กลับไม่รู้สึกดีขึ้น 

 

คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกอีกครั้ง และตัดสินใจให้คุณหมออีกท่าน แต่งใต้ตาเพิ่มโดยการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มอีก 2 CC เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเติมเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์

 

แต่แล้วคุณขวัญ กลับต้องผิดหวังอีกครั้งค่ะ เพราะหลังจากฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้กลับเกิดอาการช้ำ บวม เนื่องจากหลอดเลือดฝอยใต้ตาแตก ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำ และเป็นก้อนค่ะ 

 

หลังจากนั้น คุณขวัญ ได้ติดต่อทางคลินิกของเราเข้ามา และได้เล่าประสบการให้แอดมินฟังค่ะ แอดมินจึงได้นำเรื่องไปปรึกษาคุณหมอจึงได้ทำการนัดคุณขวัญ เข้ามาดูอาการที่คลินิกค่ะ โดยคุณขวัญ ได้บินตรงจากขอนแก่นเลยค่ะ

 

หลังจากพูดคุยกันแล้ว คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน (อ่านเพิ่ม คลิ๊ก! ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหาย) จากนั้นจึงนัดเข้ามาติดตามอาการหลังฉีดสลายค่ะ 

 

ผลลัพธ์ที่ได้ ถูกใจคุณขวัญ มากๆ เลย ว้าววววว !!! บริเวณใต้ตาที่เคยเป็นก้อนหายไปมากเลยค่ะ !!! 

 

แต่ว่าหลังฉีดสลายไปแล้ว ใต้ตาของคุณขวัญ ยังคงโทรมอยู่ คุณหมอเมฆของเรา เลยจัดการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ใหม่ค่ะ  ผลก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เปะปัง!! จนต้องเลยร้องว้าวววววว!! เลยค่ะ 

 

ทิ้งท้ายกับประโยคติดปากของ คุณหมอเมฆค่ะ

 

การฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ หรือไกลบ้าน เพราะ ฟิลเลอร์ เป็นทั้ง ศาสตร์ และ  ศิลป ซึ่งเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญครับ ดังนั้น ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเราเถอะครับ ใบหน้าเราไม่ใช่หวย ควรสวยไม่ต้องลุ้น เพราะใบหน้าของเรามีเพียงใบหน้าเดียว

 

หากท่านสนใจบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ การฉีดฟิลเลอร์ สามารถอ่านได้ที่นี่ค่ะ

 

  • ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน ?  ▷▷ คลิก
  • ฉีดไขมันหน้าพัง เพราะอะไร ? ไขข้อข้องใจที่ไม่มีใครเคยบอก ▷▷ คลิก

 

Doctor Mek Clinic ของเราขอการันตีด้วย รางวัลยอดฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 2018 ปี

และกล้าการันตี ด้วย “ รีวิวจากคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการของเรา ” ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ความประทับใจจากการฉีดฟิลเลอร์ของเราเยอะมากๆ (คลิก! ดูรีวิว)

 

error: Alert: Content is protected !!