หน้าพัง หน้าปรุ เป็น หลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน ส่องกระจกก็ไม่มั่นใจ แต่งหน้าทีไรก็ไม่ปัง ต้องโบ๊ะหน้าหนา ๆ เพื่อให้ผิวดูเรียบเนียน ทำให้เมคอัพไม่เป็นธรรมชาติ บั่นทอนความมั่นใจ โดยมีสาเหตุมาจาก สิว ซึ่งเป็นปัญหาน่าปวดหัวของหลายคนที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกสภาพผิว เมื่อเกิดขึ้นก็สามารถหายไปได้เองตามธรรมชาติ แต่จะหายช้าหรือหายเร็วนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละรายบุคคลที่มีความแตกต่างกัน รวมถึงการดูแลตัวเองก็ส่งผลกระทบถึงแผลสิวที่จะสามารถลุกลามกลายไปเป็นการเกิด ‘หลุมสิว’ ขึ้นภายหลังได้เช่นกัน มาทำความเข้าใจเบื้องต้นของสาเหตุการเกิดหลุมสิวกันดีกว่าค่ะว่าเกิดขึ้นจากอะไร

ทำไมจึงเกิดหลุมสิว

ทำไมถึงเกิดหลุมสิว

การเกิด หลุมสิว เป็นวิธีการทางธรรมชาติของร่างกายเป็นการรักษาตัวเองเพื่อสมานแผลให้กลับมาเป็นปกติ โดยหากอาการอักเสบหรือแผลเกิดขึ้นที่ผิวชั้นตื้น เมื่อเกิดการสมานแผลแล้วก็จะไม่เกิดรอยแผลทิ้งไว้ให้รำคาญใจ หากเกิดขึ้นในส่วนของผิวชั้นลึกจะทำให้เกิดการรั้งของพังผืดทำให้หลังแผลหายดีแล้วผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการยุบตัวลงทำให้เกิดเป็นรอยหลุมสิวขึ้นได้ โดยเมื่อเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าการรักษาอย่างถูกต้องนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพื่อให้เกิดการทิ้งรอยหลุมสิวไว้ภายหลังให้กังวลใจ
ป้องกันก่อนเกิด หลุมสิว
ก่อนที่จะปล่อยให้เกิดหลุมสิวเรามาป้องกันตั้งแต่ต้นกันดีกว่าค่ะ เพื่อผิวหน้าที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ พร้อมใช้งานตลอดเวลา หมดปัญหากังวลใจ หรือเสียความมั่นใจ จบปัญหาตั้งแต่เริ่มเพื่อไม่ให้เกิดผลลัพธ์ไม่น่าพึงพอใจกันดีกว่าค่ะ
• เมื่อเกิดสิวขึ้นบนใบหน้า การเข้าพบแพทย์เพื่อรับยารักษาสิวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้เกิดปัญหาจบไว สิวหายเร็ว ไม่เกิดแผลหลุมสิวภายหลัง
• หลีกเลี่ยงการ แคะ แกะ เกา เมื่อเกิดสิวขึ้น เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อมากขึ้น ถ้ายิ่งไปขัดถูแรง ๆ บริเวณที่เกิดสิวจะยิ่งทำให้เกิดแผลลงไปสู่ชั้นผิวที่ลึกขึ้น แผลหายช้า ส่งผลให้พังผืดขยายวงกว้างมากขึ้น เกิดเป็นหลุมสิวถาวร
• หลังจากกำจัดหัวสิวไปแล้ว ผิวจะเกิดสะเก็ดแผลขึ้น จึงไม่ควรทำการแงะ แกะ เกา สะเก็ดแผลอย่างเด็ดขาด เหมือนร่างกายสมานแผลเสร็จสมบูรณ์สะเก็ดแผลจะหลุดออกไปเองตามธรรมชาติ หากไปแกะให้หลุดออกมาก่อนเวลาที่สมควรจะทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นหรือรอยหลุมสิวขึ้นได้
• หากเกิดสิวขนาดใหญ่ หรือลุกลามไปในบริเวณกว้าง มีโอกาสที่จะเกิดหลุมสิวมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาสิวอย่างถูกต้องและตรงจุด โดยคุณจะวิเคราะห์ปัญหาและประเมินสภาพผิว เพื่อใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพราะหากปล่อยให้เป็นสิวรุนแรงมากขึ้น จะยิ่งทำให้โอกาสเกิดรอยดำ หลุมสิว รอยแผลเป็น รอยนูน ขึ้นได้มากกว่าปกติ การรักษาจะยิ่งยากและทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น

ลักษณะของหลุมสิว

ลักษณะของหลุมสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้า

รอยหลุมสิวที่เกิดขึ้นบนมบหน้านั้น มีด้วยกัน 3 ลักษณะ มีความยุ่งยากในการรักษา และความหนัก-เบาของปัญหาที่แตกต่างกันออกไป มาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีลักษณะแบบไหนบ้าง
1. หลุมสิวที่มีลักษณะของรอยแผลที่ลึก ปากแผลไม่เรียบ แผลไม่กว้างมีขนาดไม่เกิน 2 มม. แผลลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิว เป็นลักษณะของรอยหลุมสิวที่รักษาค่อนข้างยากและเป็นแผลที่มีความร้ายแรง โดยมีทั้งรอยหลุมสิวชนิดตื้นที่ลึกไม่เกิน 0.5 มม. และรอยหลุมสิวชนิดลึกที่มีความลึกตั้งแต่ 0.5 มม. ขึ้นไป
2. หลุมสิวที่มีลักษณะกว้างตั้งแต่ 3 มม. ไปจนถึงระดับ 4 มม. มีปากแผลที่ชัด มีทั้งลักษณะทรงกลมและทรงรี ปากแผลมีความกว้างพอ ๆ กับก้นหลุมสิว โดยมีทั้งหลุมตื้น หลุมลึก
3. หลุมสิวที่มีลักษณะตั้งแต่ 4 – 5 มม. เกิดจากพังผืดที่รั้งในชั้นหนังแท้ลึกลงไป ทำให้มีลักษณะของแผลที่มีคล้ายกับคลื่น มีลักษณะของหลุมสิวที่ลึก และกว้างลงไปถึงใต้ชั้นผิวหนัง
ดังนั้นการดูแลรักษาสิวตั้งแต่เริ่มต้นอย่างถูกวิธีจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพื่อที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาของหลุมสิวตามมา แต่ถ้าหากว่าเกิดปัญหาขึ้นแล้วก็อย่ากังวลใจไปค่ะ เพราะในปัจจุบัน มีนวัตกรรมการรักษาด้วย เลเซอร์หลุมสิว ที่ตอบโจทย์ของปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน โดยที่ไม่ทำร้ายเซลล์รอบข้าง ไม่ทำให้เกิดแผล จึงไม่ต้องพักฟื้น